bookmook13
banner
bookmook13.bsky.social
bookmook13
@bookmook13.bsky.social
รีวิวหนังสือเฉยๆ : #bookmook13reads

🍦🌻🍋🌦🌈🔖📖

https://www.tiktok.com/@bookmook13
January 2, 2026 at 11:05 AM
January 2, 2026 at 11:04 AM
ความรู้สึกหลังอ่านจบ 💖 : สนุก เป็นหนังสือที่มีทุกอย่างที่เราต้องการ มันมีทั้งเรื่องของมนุษย์ เรื่องค่านิยม เรื่องการเมือง เรื่องการผจญภัย คดีความ ครบจบในที่เดียวมากๆ แนะนำมาก ใครชอบแนวเสียดสีสังคมอ่านเลยไม่ผิดหวัง
January 1, 2026 at 6:45 AM
การที่นักเขียนใช้มุมมองของจิม/เจมส์บรรยายถึงความโหดร้ายของการเป็นทาส มันทำให้เรารู้สึกได้มากกว่าปกติว่ามนุษย์หรือค่านิยม สังคม การเมืองในสมัยนั้นแม่งเลือดเย็น และส้น*นมากแค่ไหน โดยเฉพาะความรุนแรงที่คนพวกนั้นกระทำต่อผู้หญิงและแม้กระทั่งกับเด็กผู้หญิงที่เป็นทาส
January 1, 2026 at 6:45 AM
character 👨 : จิม/เจมส์เป็น character ที่เราอยากเอาใจช่วยตลอด เรื่องชีวิตทั้งน่าสงสาร ทั้งน่าเห็นใจ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นมนุษย์ของจิมที่มีทั้งด้านที่สนุก ตลก เสียดสีสังคม เรียกว่ามีครบเลย
January 1, 2026 at 6:45 AM
และนอกจากการผจญภัยแล้ว ในเรื่องยังมีการใช้ภาษาสลับไปมาระหว่างภาษาอังกฤษมาตรฐานกับภาษาอังกฤษพื้นเมือง และยังมีการพูดถึงคนดังหลายคนที่เป็น activist ในยุคนั้น เช่น William Wells Brown (นักเขียนต่อต้านการค้าทาส) หรือ Jean-Jacques Rousseau (นักปรัชญาการเมือง Discourse on Inequality) และมีคนอื่นๆ อีก
January 1, 2026 at 6:45 AM
environment 🏞 : จริงๆ มีหลายอย่างที่เราชอบในเรื่องนี้ ทั้งการผจญภัย เรื่องการหาสมบัติ ทั้งการเจอเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นนั่นนี่โดยมีแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ที่เป็นฉากหลักๆ มันสื่อว่าแม่น้ำแห่งนี้มีผลกระทบด้านการเมืองของเมกาอย่างมีนัยยะสำคัญด้วย อันนี้ต้องชื่นชมตั้งแต่เล่ม og
January 1, 2026 at 6:45 AM
ซึ่งตรงนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันว่า Twain ใช้เพื่อเน้นย้ำให้เห็นว่าคนอเมริกันมองคนต่างสีผิวยังไง บ้างก็ว่าเพราะค่านิยมในสมัยนั้นที่แม้แต่ Twain เองก็มองว่าการ naming แบบนี้ไม่ผิด ซึ่งก็แล้วแต่คนพิจารณาตีความ
January 1, 2026 at 6:45 AM
เรารู้สึกว่าตรงนี้คุณ Everett เขียนได้เจ็บๆ คันๆ ดี ซึ่งมันก็แสดงถึงค่านิยมในการมองคนในสมัยนั้น และน่าจะแซะไปยังหนังสือ og ด้วยหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่ไปหาข้อมูลมาตัว Twain คนแต่งเรื่อง og ก็ต่อต้านการค้าทาส แม้ในหนังสือต้นฉบับจะถูกวิจารณ์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ n word ที่มีมากกว่า 200+
January 1, 2026 at 6:45 AM
หนังสือเล่มนี้ทำให้เราตั้งคำถามว่าการที่คนดำจะถูกยอมรับได้ก็ต่อเมื่อมีคนขาวต้องการให้เป็นแบบนั้นหรือไม่ และยังมีการเสียดสีเบาๆ อย่างการที่ฮัคพยายามสั่งสอนเรื่องต่างๆ ให้จิมประหนึ่งว่าฮัคนั่นเป็นพระผู้มาโปรดจิมโดยการสั่งสอนทั้งด้านศาสนา ทั้งการศึกษา ช่างเป็นคนขาวผู้มีอารยะเสียเหลือเกิน
January 1, 2026 at 6:45 AM
theme 🧾 : ธีมเรื่องนี้มีเยอะมาก แต่หลักๆ มันวิพากษ์ถึงการค้าทาส การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของคนผิวดำ และการถูกกดขี่ ถูกเหยียดหยามด้านเชื้อชาติ สีผิว ชนชั้น อายุ และการศึกษา ทั้งยังมีประเด็นที่น่าตั้งคำถามอย่างการที่ตัวละครฮัคซึ่งเป็นเด็กหนุ่มผิวขาวได้รับบทฮีโร่ช่วยคนดำ รวมไปถึงเรื่องการอบรมเลี้ยงดู และพูดถึงความไม่มั่นคงของสถาบันครอบครัวด้วย
January 1, 2026 at 6:45 AM
ส่วนตัวเราไม่อินหนังสือที่ให้ค้นหาความหมายของการมีชีวิต หรือหนังสือที่ตัวละครต้องเผชิญกับความห่าเหวในชีวิตเยอะๆ แล้วคนอ่านค่อยมาตกตะกอนเอาเหมือน a little life แต่เล่มนี้ไม่ขนาดนั้น แล้วก็ที่สำคัญเลยเราเป็นคนไม่อินกับพวกโคลงกลอน แต่แน่นอนว่าภาษาสวยจริงแหละ เพียงแต่เราเป็นคนไม่ตีความซับซ้อนหลายขั้นอะ 555 ก็เลยอาจจะไม่ได้ชอบงานเขียนแนวนี้เท่าไหร่
January 1, 2026 at 6:40 AM
ความรู้สึกหลังอ่านจบ 🍒 : ส่วนตัวชอบที่นักเขียนเขาพาเราไปสำรวจ culture ใหม่ๆ อย่าง culture ของอิหร่าน ชอบการที่เขานำเอาเหตุการณ์ในประวัตศาสตร์จริงมาใช้ แล้วก็ชอบที่เขาสร้างตัวละครอย่างไซรัสที่เป็นทั้งผู้อพยพ และเป็น bisexual Iranian in the American แล้วก็ยังมีหลายๆ ตัวละครที่มี background ในชีวิตที่น่าสนใจ
January 1, 2026 at 6:40 AM
อย่าง the guardian เนี่ย เขาบอกว่าหนังสือเล่มนี้คือ melodrama of mental ill health เลย ซึ่งเราอ่านแล้วก็เออๆ ตามเขาอยู่นะ เพราะนอกจากไซรัสแล้วก็มีตัวละครในหนังสืออีกหลายคนเลยที่นักเขียนสร้างมาชัดเจนมากๆ อย่างลุงของไซรัสที่เป็น PTSD จากการเคยเป็นทหารในสงครามอิรัก-อิหร่าน หรือจะศิลปินที่ไซรัสได้เจอก็เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ประมาณนี้
January 1, 2026 at 6:40 AM
character 💊 : สำหรับเรา ไซรัสเป็นตัวละครที่เราไม่รู้ว่าจะจับไปวางตรงไหนดี 555 บางครั้งก็รู้สึกเห็นใจ แต่บางครั้งเราก็รู้สึกว่าชีก็ดูหมกหมุ่นเกินไป บางครั้งอ่านเรื่องของชีแล้วก็อึดอัด มันหลายอารมณ์แบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน พออ่านจบ เราก็เลยลองไปหาบทความวิเคราะห์หนังสือดู ก็มีหลายบทความที่วิเคราะห์ว่าตัวละครไซรัสอาจแทนสภาวะของผู้ป่วยโรค mental disorder หลายๆ อย่างรวมกัน
January 1, 2026 at 6:40 AM
อ่านมาถึงตรงนี้คงคิดว่าหนังสือดูเหมือนจะเศร้ามาก จากที่เราพิมพ์มาทั้งหมดใช่ปะ แต่จะบอกว่ามันก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น บางครั้งก็สามารถอมยิ้มมุมปากได้อยู่ ทั้งเรื่องความรักของไซรัส ไหนจะมีชื่อของบรรดาคนดังที่นักเขียนใส่เข้ามา(แซะ)ในเรื่อง ตรงนี้ก็อ่านได้เพลินๆ อยู่ สำหรับเราบรรยากาศในเรื่องมันก็อ่านได้เรื่อยๆ อะไม่หวือหวา
January 1, 2026 at 6:40 AM
environment 🎭 : หนังสือมีการเล่าสลับตัวละครไปมาหลายครั้ง ทั้งตัวไซรัส ทั้งพ่อแม่ เหตุการณ์ในหนังสือเกิดขึ้นในปี 2017 และมีการย้อนอดีตของพ่อแม่ตอนอยู่ที่อิหร่าน ย้อนอดีตตอนที่ไซรัสเด็กๆ บางครั้งก็เป็นมุมมองของบุคคลที่สามไปเลยที่ไม่ใช่ตัวละครในเรื่อง เราว่ามันก็โอเคนะ ส่วนตัวไม่ติดอะไรกับการเล่าเรื่องแบบนี้ แต่ที่เราไม่ค่อยอินคือพวก poetry บทกวี บทกลอนอะไรๆ ใดๆ
January 1, 2026 at 6:40 AM
theme ❤️‍🩹 : theme ของหนังสือหลักๆ พูดถึงการค้นหาความหมายของขีวิต วิพากษ์ถึงความตายเยอะ พูดถึงความเศร้าโศก ความสิ้นหวัง ความคิดฆ่าตัวตาย displacement(ไม่รู้ว่าภาษาไทยใช้คำว่าอะไรอะ) หนังสือใส่วัฒนธรรมกับอัตลักษณ์ของชาวอิหร่านไว้แบบเนียนๆ และที่สำคัญเรื่องนี้ยังเป็น queer love จ้ะ
January 1, 2026 at 6:40 AM
ด้วยเหตุการณ์นั้นเองทำให้พ่อของไซรัสกลายเป็นคนติดเหล้าหนักมาก และสุดท้ายก็ฆ่าตัวตายในที่สุด ไซรัสต้องแบกความเสียใจจากการสูญเสียคนในครอบครัวไป ทำให้ต้องพึ่งพายาเสพติด ซึ่งหนังสือจะเล่าถึงเหตุการณ์ต่อจากนั้นที่ตัวไซรัสต้องรักษาตัวเอง ต่อสู้กับอาการติดยา และค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่และความตาย
January 1, 2026 at 6:40 AM
แต่ใดๆ ก็คือชอบบทความการวิเคราะห์หลังอ่านจบหลายๆ อันที่เราไปอ่านมาทำให้เราได้ความรู้เยอะดี ได้รู้ด้วยว่านอกจากการวิพากษ์สิ่งต่างๆ ในเรื่องแล้ว ยังมีเกร็ดเล็กๆ อย่างเรื่องในปี 1906 ในเมืองบอร์กโดซ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโมริยัคเคยมีคดีประมาณนี้ที่ภรรยาวางยาพิษสามีแล้วรอดคดีอยู่จริงๆ ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนี้ของโมริยัคก็ได้
January 1, 2026 at 6:34 AM