Kosm of Ares ⚔️ | Chamber of Chaos | Y-3
#HOA_Commu
doc : https://shorturl.asia/KvWQC
“งั้นรึ?”
“นั่นสินะ ปล่อยไปก็คงจะหายเองได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงยืดยานเหมือนจงใจยั่วโมโห ก่อนจะแกล้งใช้นิ้วโป้งกดไปที่แผลหนึ่งที
“แปลว่า..แบบนี้ก็มิเจ็บใช่ไหม?”
เขาเอ่ยถามพร้อมสีหน้ายียวนชวนให้คนเห็นหงุดหงิด แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ
“อีกอย่าง เจ้ามิกลัวการติดโรคจากสัตว์เช่นนี้รึ”
“งั้นรึ?”
“นั่นสินะ ปล่อยไปก็คงจะหายเองได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงยืดยานเหมือนจงใจยั่วโมโห ก่อนจะแกล้งใช้นิ้วโป้งกดไปที่แผลหนึ่งที
“แปลว่า..แบบนี้ก็มิเจ็บใช่ไหม?”
เขาเอ่ยถามพร้อมสีหน้ายียวนชวนให้คนเห็นหงุดหงิด แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ
“อีกอย่าง เจ้ามิกลัวการติดโรคจากสัตว์เช่นนี้รึ”
“ก่อนหน้าที่ข้าจะเห็นมันมาหยุดอยู่ทีนี่ ก็เหมือนจะฝืนเดินมาเสียด้วย”
เขาเอ่ยพลางขมวดคิ้วอย่างกังวลใจ มือยกขึ้นลูบที่หัวของมันอย่างเบามือ
“อย่างน้อยก็ยังดี”
“รักษาเบื้องต้นไว้ก่อน แล้วค่อยพามันไปยังสถานพยาบาลคงมิเสียหาย”
พยักหน้าเห็นด้วยกับอีกฝ่ายก่อนตอบกลับไป แล้วก็ประคองแมวขึ้นมาเบาๆด้วย
“…เริ่มทำแผลเลยดีไหม?”
“ก่อนหน้าที่ข้าจะเห็นมันมาหยุดอยู่ทีนี่ ก็เหมือนจะฝืนเดินมาเสียด้วย”
เขาเอ่ยพลางขมวดคิ้วอย่างกังวลใจ มือยกขึ้นลูบที่หัวของมันอย่างเบามือ
“อย่างน้อยก็ยังดี”
“รักษาเบื้องต้นไว้ก่อน แล้วค่อยพามันไปยังสถานพยาบาลคงมิเสียหาย”
พยักหน้าเห็นด้วยกับอีกฝ่ายก่อนตอบกลับไป แล้วก็ประคองแมวขึ้นมาเบาๆด้วย
“…เริ่มทำแผลเลยดีไหม?”
“เจ้าอยากลองอุ้มเจ้าแมวนี่เสียหน่อยไหม?”
“เจ้าอยากลองอุ้มเจ้าแมวนี่เสียหน่อยไหม?”
เห็นผู้ที่ใช้พรทีไรก็ชวนให้ตื่นเต้นเสมอ ถึงตัวเขาเองจะเป็นคอสม์เหมือนกันก็ตามที
ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าแผลของเจ้าแมวในอ้อมแขนกลับมาสมานกันดีเช่นเคย มีเพียงแค่ขนที่ไม่เปลี่ยน
“เจ้าก็ทำได้ดีมิใช่รึ?”
( + )
เห็นผู้ที่ใช้พรทีไรก็ชวนให้ตื่นเต้นเสมอ ถึงตัวเขาเองจะเป็นคอสม์เหมือนกันก็ตามที
ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าแผลของเจ้าแมวในอ้อมแขนกลับมาสมานกันดีเช่นเคย มีเพียงแค่ขนที่ไม่เปลี่ยน
“เจ้าก็ทำได้ดีมิใช่รึ?”
( + )
“เจ้ายังพูดอะไรน่าพึงพอใจเหมือนเคยเลยนะ” เขาเอ่ยชมก่อนจะกระแอมไอเล็กๆแล้วพูดต่อ
“มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ข้าซื้อผลไม้บ่อยน่ะ”
พูดจบก็ไล่สายตาไปตามกองผลส้ม ก่อนจะหยิบขึ้นมาลูกนึง เผยให้อีกฝ่ายดูด้วย
“นี่ ลูกนี้น่ะหวาน”
“ปกติลูกที่หวานจะมีรอยแตกสีน้ำตาลอ่อนบนเปลือกเช่นนี้”
“ส่วนผลที่สีสดๆ ส่วนใหญ่มักจะเปรี้ยว”
“เจ้ายังพูดอะไรน่าพึงพอใจเหมือนเคยเลยนะ” เขาเอ่ยชมก่อนจะกระแอมไอเล็กๆแล้วพูดต่อ
“มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ข้าซื้อผลไม้บ่อยน่ะ”
พูดจบก็ไล่สายตาไปตามกองผลส้ม ก่อนจะหยิบขึ้นมาลูกนึง เผยให้อีกฝ่ายดูด้วย
“นี่ ลูกนี้น่ะหวาน”
“ปกติลูกที่หวานจะมีรอยแตกสีน้ำตาลอ่อนบนเปลือกเช่นนี้”
“ส่วนผลที่สีสดๆ ส่วนใหญ่มักจะเปรี้ยว”
“สงสัยมันคงไม่ค่อยชอบเจ้าสักเท่าไหร่”
“เห็นไหมล่ะ”
เอ่ยพลางก้มลงไปมองเจ้าแมวที่ตอนนี้มาคลอเคลียอยู่กับขาของตน ก่อนจะยิ้มเยาะใส่อีกฝ่ายเชิงหยอกล้อ
“ไหน เอาแผลเจ้ามาให้ดูซิ”
พูดจบก็ลงไปนั่งยองๆข้างๆก่อนจะประคองมือขึ้นมาดู
“คงต้องไปสถานพยาบาลเสียแล้วมั้งแบบนี้น่ะ”
“สงสัยมันคงไม่ค่อยชอบเจ้าสักเท่าไหร่”
“เห็นไหมล่ะ”
เอ่ยพลางก้มลงไปมองเจ้าแมวที่ตอนนี้มาคลอเคลียอยู่กับขาของตน ก่อนจะยิ้มเยาะใส่อีกฝ่ายเชิงหยอกล้อ
“ไหน เอาแผลเจ้ามาให้ดูซิ”
พูดจบก็ลงไปนั่งยองๆข้างๆก่อนจะประคองมือขึ้นมาดู
“คงต้องไปสถานพยาบาลเสียแล้วมั้งแบบนี้น่ะ”
“..แม่นางบาดเจ็บมากหรือไม่?”
“..แม่นางบาดเจ็บมากหรือไม่?”
เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับแรงบีบที่มากกว่าเดิม
“นอกจากเมามายจนควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว ก็ยังทำร้ายสตรีที่ไร้ความผิด เจ้าคงยังมิอยากเป็นฝ่ายลงไปนอนที่พื้นเองใช่ไหม?”
เขากระซิบกระซาบราวขู่เข็ญกับชายผู้นั้นไป
( + )
เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับแรงบีบที่มากกว่าเดิม
“นอกจากเมามายจนควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว ก็ยังทำร้ายสตรีที่ไร้ความผิด เจ้าคงยังมิอยากเป็นฝ่ายลงไปนอนที่พื้นเองใช่ไหม?”
เขากระซิบกระซาบราวขู่เข็ญกับชายผู้นั้นไป
( + )
ขณะที่กำลังเดินผ่านโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งไป เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมเข้า จึงจำต้องหยุดฝีเท้าของตนไป
พอลองสังเกตดูดีๆก็พบเห็นชายผู้หนึ่ง กับหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังล้มลงอยู่กับพื้น มิต้องวิเคราะห์อันใดมาก แต่ก็พอรู้ว่ามิใช่เรื่องดีนัก จึงตัดสินใจเดินตรงปรี่เข้าไปทันที
ไม่ช้ามือข้างหนึ่งก็คว้าจับไหล่ของชายผู้นั้นไว้ ออกแรงบีบประมาณหนึ่งให้หันมาสบตากัน
( + )
ขณะที่กำลังเดินผ่านโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งไป เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมเข้า จึงจำต้องหยุดฝีเท้าของตนไป
พอลองสังเกตดูดีๆก็พบเห็นชายผู้หนึ่ง กับหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังล้มลงอยู่กับพื้น มิต้องวิเคราะห์อันใดมาก แต่ก็พอรู้ว่ามิใช่เรื่องดีนัก จึงตัดสินใจเดินตรงปรี่เข้าไปทันที
ไม่ช้ามือข้างหนึ่งก็คว้าจับไหล่ของชายผู้นั้นไว้ ออกแรงบีบประมาณหนึ่งให้หันมาสบตากัน
( + )
ทันทีที่ได้ยินคนเสียงเรียกชื่อ ก็รีบหันไปดูว่าเป็นใคร โชคดีที่เป็นคนที่คุ้นหน้ากัน
“ข้ากำลังดูอาการของเจ้าตัวจ้อยนี่อยู่น่ะ” แล้วก็ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถามมาเมื่อครู่ต่อ
“เจ้าสิ่งนี้นี่มิใช่ของข้าแต่อย่างไรหรอก ข้าก็เพิ่งจะได้พบมันเป็นครั้งแรกเช่นกัน”
เขาตอบกลับไปพร้อมๆกับขยับตัวเล็กน้อยทันทีที่เห็นหญิงสาวกำลังลงมานั่งยองใกล้ๆกัน
“แน่นอน ท่านรักษาบาดแผลเป็นด้วยงั้นหรือ?”
ทันทีที่ได้ยินคนเสียงเรียกชื่อ ก็รีบหันไปดูว่าเป็นใคร โชคดีที่เป็นคนที่คุ้นหน้ากัน
“ข้ากำลังดูอาการของเจ้าตัวจ้อยนี่อยู่น่ะ” แล้วก็ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถามมาเมื่อครู่ต่อ
“เจ้าสิ่งนี้นี่มิใช่ของข้าแต่อย่างไรหรอก ข้าก็เพิ่งจะได้พบมันเป็นครั้งแรกเช่นกัน”
เขาตอบกลับไปพร้อมๆกับขยับตัวเล็กน้อยทันทีที่เห็นหญิงสาวกำลังลงมานั่งยองใกล้ๆกัน
“แน่นอน ท่านรักษาบาดแผลเป็นด้วยงั้นหรือ?”
“มิเช่นนั้นคงได้ลองประมือกับเจ้าแล้ว”
เขาเอ่ยพลางเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา วันนี่เขาซ้อมอยู่เพียงผู้เดียวมาทั้งวันน่ะสิ
“ดิ้นใหญ่เชียว ไหนว่าฝีเท้าเจ้าว่องไวนัก แต่ดันหนีข้าไม่พ้น?”
เอ่ยจบก็หัวเราะร่า ก่อนจะค่อยคลายแขนที่ล็อคแน่นออก
“ยิ่งไปกว่านั้น ดูแมวนี่ก่อนเถิด”
“มันกำลังบาดเจ็บ..”
“เจ้าพอจะรักษาเป็นหรือไม่?”
“มิเช่นนั้นคงได้ลองประมือกับเจ้าแล้ว”
เขาเอ่ยพลางเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา วันนี่เขาซ้อมอยู่เพียงผู้เดียวมาทั้งวันน่ะสิ
“ดิ้นใหญ่เชียว ไหนว่าฝีเท้าเจ้าว่องไวนัก แต่ดันหนีข้าไม่พ้น?”
เอ่ยจบก็หัวเราะร่า ก่อนจะค่อยคลายแขนที่ล็อคแน่นออก
“ยิ่งไปกว่านั้น ดูแมวนี่ก่อนเถิด”
“มันกำลังบาดเจ็บ..”
“เจ้าพอจะรักษาเป็นหรือไม่?”
เขากล่าวพลางมองไปยังมือที่เพิ่งจะโดนกัดไปเมื่อครู่ ก่อนจะเปลี่ยนสบสายตาอีกใ่ายพลางส่งยิ้มให้
เขากล่าวพลางมองไปยังมือที่เพิ่งจะโดนกัดไปเมื่อครู่ ก่อนจะเปลี่ยนสบสายตาอีกใ่ายพลางส่งยิ้มให้
แต่เริ่มพันแผลได้ไม่นานก็ได้เห็นภาพอันไม่น่าเชื่อตรงหน้าของตน ทำเอาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่
“เจ้าคงจะมือหนักไปหน่อย เจ้าสิ่งนี้ถึงได้รู้สึกไม่พอใจ”
พูดไปก็ลูบขนปลอบประโลมเจ้าก้อนขนให้สงบลงด้วย
“ลองอีกสักคราสิ แต่ครานี้ก็เบามือลงเสียหน่อยนะ” แล้วก็ไม่พ้นกับการพูดหยอกล้อไปอีกรอบ
( + )
แต่เริ่มพันแผลได้ไม่นานก็ได้เห็นภาพอันไม่น่าเชื่อตรงหน้าของตน ทำเอาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่
“เจ้าคงจะมือหนักไปหน่อย เจ้าสิ่งนี้ถึงได้รู้สึกไม่พอใจ”
พูดไปก็ลูบขนปลอบประโลมเจ้าก้อนขนให้สงบลงด้วย
“ลองอีกสักคราสิ แต่ครานี้ก็เบามือลงเสียหน่อยนะ” แล้วก็ไม่พ้นกับการพูดหยอกล้อไปอีกรอบ
( + )
“อย่างน้อยลองใช้พลังของเจ้าเสียหน่อยคงไม่เสียหาย ดีกว่าปล่อยเจ้าสัตว์สี่ขานี้ไว้เช่นนี้น่ะ”
เจ้าของเรือนผมสีสว่างกล่าวพลางประคองเจ้าแมวตัวนั้นขึ้นมา
“เจ้าอาจจะทำได้ดีกว่าที่คิดก็ได้ หากมั่นใจในพลังของเจ้าเข้าไว้ ข้าคิดว่าพลังของเจ้าก็จะสะท้อนออกมาในทางที่ดี”
เขาเอ่ยแนะอีกฝ่ายไป ด้วยความที่ถือคติว่าแหล่งพลังนั้นเกิดจากพื้นฐานของความมั่นใจ ทำให้ทำสิ่งใดก็มักประสบผลสำเร็จ
“อย่างน้อยลองใช้พลังของเจ้าเสียหน่อยคงไม่เสียหาย ดีกว่าปล่อยเจ้าสัตว์สี่ขานี้ไว้เช่นนี้น่ะ”
เจ้าของเรือนผมสีสว่างกล่าวพลางประคองเจ้าแมวตัวนั้นขึ้นมา
“เจ้าอาจจะทำได้ดีกว่าที่คิดก็ได้ หากมั่นใจในพลังของเจ้าเข้าไว้ ข้าคิดว่าพลังของเจ้าก็จะสะท้อนออกมาในทางที่ดี”
เขาเอ่ยแนะอีกฝ่ายไป ด้วยความที่ถือคติว่าแหล่งพลังนั้นเกิดจากพื้นฐานของความมั่นใจ ทำให้ทำสิ่งใดก็มักประสบผลสำเร็จ
เขาเอ่ยถามย้ำเชิงหยอกเหย้า แต่ไม่นานก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว ดูแล้วก็คงมิได้กลัวจริงๆ”
“ตามจริงแล้ว หากเจ้าไม่ได้เข้าหามันด้วยเจตนาไม่ดีมันก็มิตกใจหรอก”
“..สัตว์เหล่านี้มันสัมผัสถึงจิตใจมนุษย์ได้ดีกว่าที่เจ้าคิดนะ”
กล่าวจบเขาก็ค่อยๆประคองอุ้มเจ้าแมวมาไว้ในอ้อมแขน
“เอาสิ งั้นเดินไปสถานพยาบาลด้วยกันเถิด”
เขาเอ่ยถามย้ำเชิงหยอกเหย้า แต่ไม่นานก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว ดูแล้วก็คงมิได้กลัวจริงๆ”
“ตามจริงแล้ว หากเจ้าไม่ได้เข้าหามันด้วยเจตนาไม่ดีมันก็มิตกใจหรอก”
“..สัตว์เหล่านี้มันสัมผัสถึงจิตใจมนุษย์ได้ดีกว่าที่เจ้าคิดนะ”
กล่าวจบเขาก็ค่อยๆประคองอุ้มเจ้าแมวมาไว้ในอ้อมแขน
“เอาสิ งั้นเดินไปสถานพยาบาลด้วยกันเถิด”
ขณะกำลังเดินเล่นสายตาก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นหน้าพอดี
แทนที่จะเอ่ยทักไปตรงๆ ก็เลือกเดินอ้อมหลังแทน พอเดินเข้ามาใกล้ก็ทำเสียงผิวปากขึ้นมา
“ทำหน้าทำตาน่ากลัวเชียวอินอส”
“คิดจะทรมานเจ้าสัตว์สี่ขานี่หรืออย่างไร?”
เสียงทุ้มเอ่ยหยอกเหย้าพลางวางมือลงบนไหล่ของอีกฝ่าย ขณะชะเง้อมองเจ้าแมวไปพลาง
ขณะกำลังเดินเล่นสายตาก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นหน้าพอดี
แทนที่จะเอ่ยทักไปตรงๆ ก็เลือกเดินอ้อมหลังแทน พอเดินเข้ามาใกล้ก็ทำเสียงผิวปากขึ้นมา
“ทำหน้าทำตาน่ากลัวเชียวอินอส”
“คิดจะทรมานเจ้าสัตว์สี่ขานี่หรืออย่างไร?”
เสียงทุ้มเอ่ยหยอกเหย้าพลางวางมือลงบนไหล่ของอีกฝ่าย ขณะชะเง้อมองเจ้าแมวไปพลาง
เขาเอ่ยออกมาพร้อมๆกับหัวเราะเบาๆหลังได้ยินที่อีกฝ่ายตอบกลับ
“อย่างไรกันล่ะ?”
“ภาพของจ้าที่กำลังเล่นกับเจ้าก้อนขนนี่คงดูมีสเน่ห์สินะ”
พูดโม้โอ้อวดตนตามนิสัยเสร็จจบก็ขยิบตาให้ทันที
“อืม อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้รับการรักษาเลย”
เขามองไปที่ของที่อีกฝ่ายหยิบออกมา ก่อนจะประคองเจ้าสัตว์สีขาไว้
“..แบบนี้เจ้าจะได้ทำแผลให้มันได้ง่าย”
เขาเอ่ยออกมาพร้อมๆกับหัวเราะเบาๆหลังได้ยินที่อีกฝ่ายตอบกลับ
“อย่างไรกันล่ะ?”
“ภาพของจ้าที่กำลังเล่นกับเจ้าก้อนขนนี่คงดูมีสเน่ห์สินะ”
พูดโม้โอ้อวดตนตามนิสัยเสร็จจบก็ขยิบตาให้ทันที
“อืม อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้รับการรักษาเลย”
เขามองไปที่ของที่อีกฝ่ายหยิบออกมา ก่อนจะประคองเจ้าสัตว์สีขาไว้
“..แบบนี้เจ้าจะได้ทำแผลให้มันได้ง่าย”
“กำลังดูเจ้าสัตว์สี่ขานี่น่ะ”
เขาเอ่ยพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าก้อนขนตรงหน้าของตน พร้อมกับขยับตัวนิดหน่อย ให้คนที่มาใหม่มองเห็น
“มิใช่ของข้าหรอก ข้าก็เพิ่งเคยพบมันครั้งแรก”
“ปัญหาคือตอนนี้เจ้าตัวจ้อยนี่กำลังบาดเจ็บน่ะ”
“กำลังดูเจ้าสัตว์สี่ขานี่น่ะ”
เขาเอ่ยพลางชี้นิ้วไปที่เจ้าก้อนขนตรงหน้าของตน พร้อมกับขยับตัวนิดหน่อย ให้คนที่มาใหม่มองเห็น
“มิใช่ของข้าหรอก ข้าก็เพิ่งเคยพบมันครั้งแรก”
“ปัญหาคือตอนนี้เจ้าตัวจ้อยนี่กำลังบาดเจ็บน่ะ”