เขาไม่เปิดโอกาศให้ปฏิเสธ จับจินพลิกตัวหันไปทางซุ้มพยาบาลแล้วออกแรงดันให้อีกฝ่ายเดิน แต่ไม่ได้ดันแรงมากจนดูเหมือนผลัก "เขารีบไปกันเถอะนะครับคุณหนู จะได้หลับเต็มอิ่มในรอบสามปีซักทีนะครับ!"
เขาไม่เปิดโอกาศให้ปฏิเสธ จับจินพลิกตัวหันไปทางซุ้มพยาบาลแล้วออกแรงดันให้อีกฝ่ายเดิน แต่ไม่ได้ดันแรงมากจนดูเหมือนผลัก "เขารีบไปกันเถอะนะครับคุณหนู จะได้หลับเต็มอิ่มในรอบสามปีซักทีนะครับ!"
อินาบะรุดตัวขึ้นก้มปัดฝุ่นตามตัว ก่อนขยับเข้าไปหาจิน ตีหน้าใสเล่นเป็นพ่อบ้าน ปรับน้ำเสียงนุ่มขึ้น "คุณหนูจินครับ นอนไม่หลับสินะครับ"
อินาบะรุดตัวขึ้นก้มปัดฝุ่นตามตัว ก่อนขยับเข้าไปหาจิน ตีหน้าใสเล่นเป็นพ่อบ้าน ปรับน้ำเสียงนุ่มขึ้น "คุณหนูจินครับ นอนไม่หลับสินะครับ"
เขาพ่นออกไปยาวเหยียด แล้วเหมอมองท้องฟ้าพยายามจะหาเหตุผลเพื่อเข้าใจ
" 3 ปีเลยนะ ฉันที่แค่ฝืนขึ้น ได้ยินคนที่บอกว่า แค่นอนไม่หลับมาสามปี ไม่ตายหรอก จะทำคิดยังไง" แล้วหันเหลือมมองจินทั้งที่นอนอยู่ แค่อยากเห็นว่าทำสีหน้ายังไง จากนั้นชันศอกดันหลังขึ้นมา ก่อนขี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วไหวมือเหมือนชี้ไปทางจิน "นายทำเหมือนเป็นคนใช้ที่บ้านฉันเป๊ะเลยนะ"
เขาพ่นออกไปยาวเหยียด แล้วเหมอมองท้องฟ้าพยายามจะหาเหตุผลเพื่อเข้าใจ
" 3 ปีเลยนะ ฉันที่แค่ฝืนขึ้น ได้ยินคนที่บอกว่า แค่นอนไม่หลับมาสามปี ไม่ตายหรอก จะทำคิดยังไง" แล้วหันเหลือมมองจินทั้งที่นอนอยู่ แค่อยากเห็นว่าทำสีหน้ายังไง จากนั้นชันศอกดันหลังขึ้นมา ก่อนขี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วไหวมือเหมือนชี้ไปทางจิน "นายทำเหมือนเป็นคนใช้ที่บ้านฉันเป๊ะเลยนะ"
ราวกับได้ให้นึกถึงปลาแห้งสีม่วงที่กำลังดิ้นแทบตายเพราะขาดน้ำ เขาเผลอยกมุมปากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับชะงักทันที เมื่อประโยคนั้นดังขึ้น มันชวนให้นึกถึงคนใช้ที่บ้าน ที่แค่เขาสะดุดนิดหน่อยก็วิ่งวุ่นกันบ้านแตก
อินาบะมองมือของจินที่ยื่นมานิ่งงัน จากนั้นเอนหลันลงไปนอนกอดอกกับพื้น ไม่สนแล้วว่าจะแพ้อะไรอีก แต่ก่อนจะให้เหตุผลว่าที่งอแง
ราวกับได้ให้นึกถึงปลาแห้งสีม่วงที่กำลังดิ้นแทบตายเพราะขาดน้ำ เขาเผลอยกมุมปากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับชะงักทันที เมื่อประโยคนั้นดังขึ้น มันชวนให้นึกถึงคนใช้ที่บ้าน ที่แค่เขาสะดุดนิดหน่อยก็วิ่งวุ่นกันบ้านแตก
อินาบะมองมือของจินที่ยื่นมานิ่งงัน จากนั้นเอนหลันลงไปนอนกอดอกกับพื้น ไม่สนแล้วว่าจะแพ้อะไรอีก แต่ก่อนจะให้เหตุผลว่าที่งอแง
เขาเปิดฝากยาทิ้งไว้ ไม่รีบร้อนทา
จากนั้นโน้นไปข้างหน้าซู สายตาเหลือบมองกระเป๋าข้างเอวที่ ราวกับว่าซูกำลังซุกซ้อนของมีค่า(ขนม)ไว้ "เธอมีใช่ไหม?"เขาเอียงหน้าแทนการชี้ไปที่กระเป๋าของเธอ
จากนั้นจ้องมองซูอย่างพินิจ รอคำตามอย่างคาดหวัง
เขาเปิดฝากยาทิ้งไว้ ไม่รีบร้อนทา
จากนั้นโน้นไปข้างหน้าซู สายตาเหลือบมองกระเป๋าข้างเอวที่ ราวกับว่าซูกำลังซุกซ้อนของมีค่า(ขนม)ไว้ "เธอมีใช่ไหม?"เขาเอียงหน้าแทนการชี้ไปที่กระเป๋าของเธอ
จากนั้นจ้องมองซูอย่างพินิจ รอคำตามอย่างคาดหวัง
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธน้ำใจ แม้ว่าเธอจะทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ
เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนหลุดขำ 'นางร้าย' คนนี้ก็มีส่วนที่ดีอยู่เหมือนกัน
มือหนารีบคว้ามันมา ราวกับกลัวซูเปลี่ยนใจ
แล้วเอ่ยถามพรางเปิดตลับยา"เออ...ว่าแต่ เธอมีของกินไหม?"
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธน้ำใจ แม้ว่าเธอจะทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ
เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนหลุดขำ 'นางร้าย' คนนี้ก็มีส่วนที่ดีอยู่เหมือนกัน
มือหนารีบคว้ามันมา ราวกับกลัวซูเปลี่ยนใจ
แล้วเอ่ยถามพรางเปิดตลับยา"เออ...ว่าแต่ เธอมีของกินไหม?"
มันเป็นเสียงที่สามารถดึงความสนใจคนท้องว่างมาหลายชั่วโมงได้อย่าง่ายดาย
เขาเบิกตาขึ้นพร้อมยืดแผ่นหลังเท่าที่ทำได้ สอดส่องของในกระเป๋า
เวลานี้เขาไม่นึกสงสัยความสามารถด้านสมุนไพรของซูเลย
พยักหน้าเออออตาน้ำพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสดใส เหมือนลืมความรู้สึกเจ็บตอนล้มก่อนหน้านี้ไปเลย
"เหรอ ใช่ๆ เห็นเธอช่วยคนอื่นในภารกิจอยู่ ฉันจำได้"
มันเป็นเสียงที่สามารถดึงความสนใจคนท้องว่างมาหลายชั่วโมงได้อย่าง่ายดาย
เขาเบิกตาขึ้นพร้อมยืดแผ่นหลังเท่าที่ทำได้ สอดส่องของในกระเป๋า
เวลานี้เขาไม่นึกสงสัยความสามารถด้านสมุนไพรของซูเลย
พยักหน้าเออออตาน้ำพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสดใส เหมือนลืมความรู้สึกเจ็บตอนล้มก่อนหน้านี้ไปเลย
"เหรอ ใช่ๆ เห็นเธอช่วยคนอื่นในภารกิจอยู่ ฉันจำได้"
ไม่ใช่เพราะความโหดร้าย แต่เพราะความชัดเจนที่ไม่เปิดช่องให้คาดหวัง
เขาพ่นลมหายใจยาว ปรือตามองซู
ละมือที่เกาผิวอยู่ลง แล้วผ่อนหลังลงพักหายใจเอาแรง
พรางมองไปทางผู้แข่งขันที่วิ่งผ่านมาแทน ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
ไม่ใช่เพราะความโหดร้าย แต่เพราะความชัดเจนที่ไม่เปิดช่องให้คาดหวัง
เขาพ่นลมหายใจยาว ปรือตามองซู
ละมือที่เกาผิวอยู่ลง แล้วผ่อนหลังลงพักหายใจเอาแรง
พรางมองไปทางผู้แข่งขันที่วิ่งผ่านมาแทน ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
"ผมเกาจนบวมขนาดนี้แล้ว ขืนประคบไปต้องแสบมากแน่ๆ" เขาไม่ตอบรับความหวังดีไม่ยอมทายา แล้วทิ้งให้รุ่นพี่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นเสียดื้อๆ"อีกอย่างก็ใกล้ถึงซุ้มพยาบาลแล้วด้วย"
"ผมเกาจนบวมขนาดนี้แล้ว ขืนประคบไปต้องแสบมากแน่ๆ" เขาไม่ตอบรับความหวังดีไม่ยอมทายา แล้วทิ้งให้รุ่นพี่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นเสียดื้อๆ"อีกอย่างก็ใกล้ถึงซุ้มพยาบาลแล้วด้วย"
แต่ทันทีที่รุ่นพี่ดึงสิ่งนั้นขึ้นมาจากกระเป๋า เขาชักสีหน้ากลับทันทีราวกับสับสวิชต์ไฟ เบือนหน้าหนีเพราะสิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงแค่เจลเย็นที่ใช้ประถมพยาบาล
"ไม่ล่ะ"
เขาทำสีหน้าเซงเบื่อโลก เกาะผิวที่ขึ้นฝืนแดงซ้ำ ภายพี่สาวที่แสนใจดีก่อนหน้านี้ถูกความหิวบังตาเป็นที่เรียบร้อย
แต่ทันทีที่รุ่นพี่ดึงสิ่งนั้นขึ้นมาจากกระเป๋า เขาชักสีหน้ากลับทันทีราวกับสับสวิชต์ไฟ เบือนหน้าหนีเพราะสิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงแค่เจลเย็นที่ใช้ประถมพยาบาล
"ไม่ล่ะ"
เขาทำสีหน้าเซงเบื่อโลก เกาะผิวที่ขึ้นฝืนแดงซ้ำ ภายพี่สาวที่แสนใจดีก่อนหน้านี้ถูกความหิวบังตาเป็นที่เรียบร้อย
อินาบะพลันหันไปทางรุ่นพี่หลังถูกเรียก ก่อนลดความเร็วฝีเท้าจนหยุด แล้วเอียงคอมองอย่างสงสัย ขณะที่รุ่นพี่กำลังยืนคุ้นหาบางอย่างในกระเป๋าสะพายของตัวเอง
เสียงซองพลาสติกตักกร๊อบแกร๊บดังขึ้น เป็นเสียงที่คนท้องว่างมาหลายชั่วโมงไม่อาจเมินได้ มือที่เกาอยู่ก่อนหน้าชะงักลง ดวงตาปรือเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อินาบะพลันหันไปทางรุ่นพี่หลังถูกเรียก ก่อนลดความเร็วฝีเท้าจนหยุด แล้วเอียงคอมองอย่างสงสัย ขณะที่รุ่นพี่กำลังยืนคุ้นหาบางอย่างในกระเป๋าสะพายของตัวเอง
เสียงซองพลาสติกตักกร๊อบแกร๊บดังขึ้น เป็นเสียงที่คนท้องว่างมาหลายชั่วโมงไม่อาจเมินได้ มือที่เกาอยู่ก่อนหน้าชะงักลง ดวงตาปรือเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"แล้วก็ ดูตัวเองก่อนเถอะ นายดูโทรมจนฉันแทบอยากหอบไปส่งซุ้มพยาบาลแทนแล้วนะ"
"แล้วก็ ดูตัวเองก่อนเถอะ นายดูโทรมจนฉันแทบอยากหอบไปส่งซุ้มพยาบาลแทนแล้วนะ"
" ยาหม่องน่าจะไม่ได้หรอก แสบตายพอดี เหมือนฉันจะแพ้พวกหญ้าพวกใบไม้ ถ้ามีแป้งหรือพาไปซุ้มพยาบาลน่าจะดีกว่า"
" ยาหม่องน่าจะไม่ได้หรอก แสบตายพอดี เหมือนฉันจะแพ้พวกหญ้าพวกใบไม้ ถ้ามีแป้งหรือพาไปซุ้มพยาบาลน่าจะดีกว่า"
เขาทำหน้ามึนตาปรือ ยกมือเกาซ้ำที่เดิมอยู่ดีจนผิวขึ้น เล็บขูดผิดนวลจนขึ้นสีเลือดแทรกเรื่อ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังไม่รับความหวังดี แต่ต่อให้เตือนเขาก็ฝืนตนเองไม่ให้เก่าไม่ได้อยู่ดี
เขาทำหน้ามึนตาปรือ ยกมือเกาซ้ำที่เดิมอยู่ดีจนผิวขึ้น เล็บขูดผิดนวลจนขึ้นสีเลือดแทรกเรื่อ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังไม่รับความหวังดี แต่ต่อให้เตือนเขาก็ฝืนตนเองไม่ให้เก่าไม่ได้อยู่ดี
เขาตอบกลับ น้ำเสียงต่ำลงและสงบ สายมองพลันมองที่ฝ่ายที่ขยับมาเดินข้างๆ ก่อนตรงไปด้านหน้า แล้วกล่าวต่อ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นติดเล่นเล็กน้อย "ก็ถ้าดื้อจริง คนใจดีแบบรุ่นพี่คงไม่ให้ผมจิตอาสาหนักนอกมั่ง" เขาโน้มตัวไปทางรุ่นพี่แทนการชี้
เขาตอบกลับ น้ำเสียงต่ำลงและสงบ สายมองพลันมองที่ฝ่ายที่ขยับมาเดินข้างๆ ก่อนตรงไปด้านหน้า แล้วกล่าวต่อ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นติดเล่นเล็กน้อย "ก็ถ้าดื้อจริง คนใจดีแบบรุ่นพี่คงไม่ให้ผมจิตอาสาหนักนอกมั่ง" เขาโน้มตัวไปทางรุ่นพี่แทนการชี้
ทุกคนล่วนปฏิบัติกับเขาเป็นเด็กจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ พี่ชาย คงไม่มีใครซักคนที่มองเขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งแม้ว่าจะ 18 แล้วก็ตาม เขาเก็บหน้ากากเข้าชายเสื้อ แล้วกอดอกมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาที่อก
ทุกคนล่วนปฏิบัติกับเขาเป็นเด็กจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ พี่ชาย คงไม่มีใครซักคนที่มองเขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งแม้ว่าจะ 18 แล้วก็ตาม เขาเก็บหน้ากากเข้าชายเสื้อ แล้วกอดอกมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาที่อก
เขาง้างปากเตรียมจะบ่น แต่ดันหยุดกลางคัน แล้วเผลอนิ่งไปเสียอย่างนั้น คนที่บ่นเป็นเสียงดังเมื่อกี้ยังมีความเป็นห่วงอยู่บ้าง ย้อนแย้งกับก่อนหน้านี้สิ้นดี เขาถอยเงยหน้ามองอย่างประเมินขณะเดียวกันมือที่เกาคอตัวเองอยู่นั้นก็ยังไม่หยุด ก่อนจะฝืนดันหลังตัวเองกลับมานั่งหลังงอๆ ถึงขาที่เหยียดตรงเข้าหาตัว แล้วบ่นอุบอิบ
"อ่าาา เจ็บไปทั้งตัวแล้วเนี่ย เกือบขิตแล้ว"
"เธอต้องรับผิดชอบฉันแล้วล่ะ"
เขาง้างปากเตรียมจะบ่น แต่ดันหยุดกลางคัน แล้วเผลอนิ่งไปเสียอย่างนั้น คนที่บ่นเป็นเสียงดังเมื่อกี้ยังมีความเป็นห่วงอยู่บ้าง ย้อนแย้งกับก่อนหน้านี้สิ้นดี เขาถอยเงยหน้ามองอย่างประเมินขณะเดียวกันมือที่เกาคอตัวเองอยู่นั้นก็ยังไม่หยุด ก่อนจะฝืนดันหลังตัวเองกลับมานั่งหลังงอๆ ถึงขาที่เหยียดตรงเข้าหาตัว แล้วบ่นอุบอิบ
"อ่าาา เจ็บไปทั้งตัวแล้วเนี่ย เกือบขิตแล้ว"
"เธอต้องรับผิดชอบฉันแล้วล่ะ"