แล้วก็… เค้าเล่น Bsky ไม่เป็น กำลังศึกษา 🗿🗿
แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ พอใจ ในปัจจุบัน
“จริงนะ”
“ผมชอบตอนที่คุณยืนข้างผมเงียบ ๆ แบบนี้”
เลเธียไม่ตอบ แต่ปล่อยให้มือเขาจับอยู่นานขึ้น นิ้วขยับเข้าหากันเล็กน้อย
เลเธียหยุดเดิน จนเมฟิสโต้หันมามอง
“แค่อยากหยุดดูพระอาทิตย์ตก”
แสงสุดท้ายจมหายไปกับขอบฟ้า
ไม่มีคำสาบาน ไม่มีคำหวาน
มีเพียง กาลเวลา ที่เติมเต็ม ความว่างเปล่า ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้
แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ พอใจ ในปัจจุบัน
“จริงนะ”
“ผมชอบตอนที่คุณยืนข้างผมเงียบ ๆ แบบนี้”
เลเธียไม่ตอบ แต่ปล่อยให้มือเขาจับอยู่นานขึ้น นิ้วขยับเข้าหากันเล็กน้อย
เลเธียหยุดเดิน จนเมฟิสโต้หันมามอง
“แค่อยากหยุดดูพระอาทิตย์ตก”
แสงสุดท้ายจมหายไปกับขอบฟ้า
ไม่มีคำสาบาน ไม่มีคำหวาน
มีเพียง กาลเวลา ที่เติมเต็ม ความว่างเปล่า ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้
เลเธียมองมือเขาเพียงครู่เดียวก่อนจะวางมือลงอย่างเงียบ ๆ
ทั้งสองเดินช้า ๆ ไปตามชายฝั่ง เท้าเปล่าสัมผัสน้ำเย็น เสียงคลื่นกลบทุกอย่าง เหลือเพียงความสงบ
“คุณคิดว่าเราจะได้มาเดินแบบนี้บ่อยๆ ไหม”
เลเธียมองทะเล ดวงตาสีดำสะท้อนแสงอาทิตย์สุดท้าย
“…ไม่แน่”
“แต่ฉันคิดว่าแบบนี้… ก็ดีแล้ว“
เลเธียมองมือเขาเพียงครู่เดียวก่อนจะวางมือลงอย่างเงียบ ๆ
ทั้งสองเดินช้า ๆ ไปตามชายฝั่ง เท้าเปล่าสัมผัสน้ำเย็น เสียงคลื่นกลบทุกอย่าง เหลือเพียงความสงบ
“คุณคิดว่าเราจะได้มาเดินแบบนี้บ่อยๆ ไหม”
เลเธียมองทะเล ดวงตาสีดำสะท้อนแสงอาทิตย์สุดท้าย
“…ไม่แน่”
“แต่ฉันคิดว่าแบบนี้… ก็ดีแล้ว“
“…อย่าพูดมาก“
เมฟิสโต้ก้มมองเธอ แววตานุ่มลงอย่างที่ไม่เคยให้ใครเห็น
“งั้นผมจะพูดให้น้อยลง และอยู่ให้นานขึ้นแทน”
ลมพัดผ่านอีกครั้ง กลีบดอกไม้ไหวเอน
เลเธียก้าวเข้าใกล้เขาอีกครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“…ฉันจะอยู่จนกว่าดวงอาทิตย์จะลับฟ้า”
เมฟิสโต้ยิ้ม
“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว สำหรับวันนี้”
“…อย่าพูดมาก“
เมฟิสโต้ก้มมองเธอ แววตานุ่มลงอย่างที่ไม่เคยให้ใครเห็น
“งั้นผมจะพูดให้น้อยลง และอยู่ให้นานขึ้นแทน”
ลมพัดผ่านอีกครั้ง กลีบดอกไม้ไหวเอน
เลเธียก้าวเข้าใกล้เขาอีกครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“…ฉันจะอยู่จนกว่าดวงอาทิตย์จะลับฟ้า”
เมฟิสโต้ยิ้ม
“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว สำหรับวันนี้”
“…คุณนี่ ไม่เคยเปลี่ยนเลย”
เมฟิสโต้หัวเราะเบา ๆ
เลเธียวางมือลงบนมือเขา
เมฟิสโต้จับไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวเธอหายไป
พวกเขาขยับก้าวช้า ๆ ไม่เป็นจังหวะนัก แต่สอดคล้องกันอย่างประหลาด
เลเธียไม่ยิ้ม แต่เสียงของเธอนุ่มลง
“ทุ่งดอกไม้… เงียบดีนะ”
“ก็เพราะผมอยู่ตรงนี้กับคุณ”
“…คุณนี่ ไม่เคยเปลี่ยนเลย”
เมฟิสโต้หัวเราะเบา ๆ
เลเธียวางมือลงบนมือเขา
เมฟิสโต้จับไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวเธอหายไป
พวกเขาขยับก้าวช้า ๆ ไม่เป็นจังหวะนัก แต่สอดคล้องกันอย่างประหลาด
เลเธียไม่ยิ้ม แต่เสียงของเธอนุ่มลง
“ทุ่งดอกไม้… เงียบดีนะ”
“ก็เพราะผมอยู่ตรงนี้กับคุณ”
เมฟิสโต้เอื้อมมือไปปัดออกจากหัวเธออย่างแผ่วเบาไม่ได้พูดอะไร
แต่เลเธียขยับตัวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด
ไหล่ชนไหล่
เงียบ
อบอุ่น
ปลอดภัย
ในคืนที่โลกนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ไม่ได้ต้องการคำอธิษฐานใด ๆ
แค่ได้นั่งข้างกัน
ก็เพียงพอแล้ว
เมฟิสโต้เอื้อมมือไปปัดออกจากหัวเธออย่างแผ่วเบาไม่ได้พูดอะไร
แต่เลเธียขยับตัวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด
ไหล่ชนไหล่
เงียบ
อบอุ่น
ปลอดภัย
ในคืนที่โลกนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ไม่ได้ต้องการคำอธิษฐานใด ๆ
แค่ได้นั่งข้างกัน
ก็เพียงพอแล้ว
เมฟิสโต้เอนหลังเล็กน้อย ท่าทีสบาย ๆ แต่ไหล่ของเขาเอียงเข้าหาเธอโดยไม่รู้ตัว ใกล้พอให้ไออุ่นลอดผ่านเสื้อคลุม
พลุแรกแตกกระจายบนท้องฟ้า
แสงสีชมพู ม่วง ขาว สะท้อนในดวงตาของเลเธีย
เธอเงยหน้ามองอย่างตั้งใจ เหมือนเด็กที่ไม่เคยเบื่อกับสิ่งสวยงาม
“สวยดีนะ”
เขาพูดเบาๆ
เลเธียพยักหน้า โดยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงพลุหรืออะไร
เมฟิสโต้เอนหลังเล็กน้อย ท่าทีสบาย ๆ แต่ไหล่ของเขาเอียงเข้าหาเธอโดยไม่รู้ตัว ใกล้พอให้ไออุ่นลอดผ่านเสื้อคลุม
พลุแรกแตกกระจายบนท้องฟ้า
แสงสีชมพู ม่วง ขาว สะท้อนในดวงตาของเลเธีย
เธอเงยหน้ามองอย่างตั้งใจ เหมือนเด็กที่ไม่เคยเบื่อกับสิ่งสวยงาม
“สวยดีนะ”
เขาพูดเบาๆ
เลเธียพยักหน้า โดยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงพลุหรืออะไร