”เหนือฟ้าใต้ล้า ข้าประเสริฐที่สุด“
โคอิจิ เรย์เซ็ทสึ |ปี2|190cm.
Tw:คาร์ปากร้ายโปรดหลีกเลี่ยง🏴
Doc: https://shorturl.asia/2Rtc1
(ไม่ตอบโรลเกิน1วันทักเดมได้เลย)
หากสังเกตโดยรอบก็จะเห็นกระถางดอกไม้ตกแต่งส่งกลิ่นหอมอยู่เนืองๆ ชวนให้บรรยากาศดูอบอุ่นประหลาดต่างจากเจ้าบ้านสิ้นเชิง
“หรือจะกลับก็ได้เหมือนกัน”
“เดี่ยวให้คนไปส่ง”
หากสังเกตโดยรอบก็จะเห็นกระถางดอกไม้ตกแต่งส่งกลิ่นหอมอยู่เนืองๆ ชวนให้บรรยากาศดูอบอุ่นประหลาดต่างจากเจ้าบ้านสิ้นเชิง
“หรือจะกลับก็ได้เหมือนกัน”
“เดี่ยวให้คนไปส่ง”
ไม่ว่าหรอกหากจะมาพักพิง เขาเป็นเจ้าบ้านนี้น่า
พลันหยิบขนมที่ดูอีกฝ่ายจะชอบยื่นให้อีกชิ้น เขาเองก็กินได้ไม่หมดหรอกมีคนมาแบ่งปันก็ดีแล้ว ดูรูปร่างจินก็ดูจะตัวผอมเหมือนแมวอดงั้นแหละ
”จริงๆที่นี้มันก็ไกล..เมื่อกี้นะรถรอบสุดท้ายแล้ว“
”ถ้าอยากพักที่นี้ก็ได้“
”เดี่ยวเตรียมชุดไว้ให้“
ไม่ว่าหรอกหากจะมาพักพิง เขาเป็นเจ้าบ้านนี้น่า
พลันหยิบขนมที่ดูอีกฝ่ายจะชอบยื่นให้อีกชิ้น เขาเองก็กินได้ไม่หมดหรอกมีคนมาแบ่งปันก็ดีแล้ว ดูรูปร่างจินก็ดูจะตัวผอมเหมือนแมวอดงั้นแหละ
”จริงๆที่นี้มันก็ไกล..เมื่อกี้นะรถรอบสุดท้ายแล้ว“
”ถ้าอยากพักที่นี้ก็ได้“
”เดี่ยวเตรียมชุดไว้ให้“
จึงได้ยกมือไปลูบเลือนผมนั้นอีกครั้งจนยุ่งโดยที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำเช่นนั้นไปทำไมเหมือนกัน
หากแต่เมื่อมีอีกคนมานั่งพูดลกลน มากมาย บ้านจากที่เคยเงียบสงบมันก็ดูมีสีสันอยู่หน่อยๆจนเผลอลอบยิ้มออกมา โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ทั้งเห็นหรอก
จึงได้ยกมือไปลูบเลือนผมนั้นอีกครั้งจนยุ่งโดยที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำเช่นนั้นไปทำไมเหมือนกัน
หากแต่เมื่อมีอีกคนมานั่งพูดลกลน มากมาย บ้านจากที่เคยเงียบสงบมันก็ดูมีสีสันอยู่หน่อยๆจนเผลอลอบยิ้มออกมา โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ทั้งเห็นหรอก
เมื่อนั้นเขาจึงได้ยื่นขนมยัดมือให้คนที่ทำท่าทีจะเปลี่ยนมาบุสะแล้ว
จริงๆมันก็คือของเหลือที่ได้มาจากสาวๆนั้นแหละไม่ใช่สิ่งของที่เขาทำเอง และไม่รู้จะเก็บไปไหนเลยยกให้รุ่นน้องคนนี้ไป
ดูก็ได้ผลพอตัว
“โตพอมาฟันให้ถึงละกัน”
“ครั้งหน้ามีภารกิจมากับฉัน”
เมื่อนั้นเขาจึงได้ยื่นขนมยัดมือให้คนที่ทำท่าทีจะเปลี่ยนมาบุสะแล้ว
จริงๆมันก็คือของเหลือที่ได้มาจากสาวๆนั้นแหละไม่ใช่สิ่งของที่เขาทำเอง และไม่รู้จะเก็บไปไหนเลยยกให้รุ่นน้องคนนี้ไป
ดูก็ได้ผลพอตัว
“โตพอมาฟันให้ถึงละกัน”
“ครั้งหน้ามีภารกิจมากับฉัน”
ไม่รู้ออกไหม เพราะก็ไม่เห็นหน้าตัวเอง แต่ก็พอใจจึงได้ส่งคืนไป
แล้วยกมือขึ้นขยี้เส้นผมน้ำตาลนั้นจงยุ่งเยิง เปลี่ยนมาดเป็นคนดีเหมือนเดิม
“~เด็กดี”
“อย่าทำแบบนี้อีกละหื้มม”
“ไม่งั้นฉันจะจับนายไปพบพระเจ้าจริงๆละ”
ไม่รู้ออกไหม เพราะก็ไม่เห็นหน้าตัวเอง แต่ก็พอใจจึงได้ส่งคืนไป
แล้วยกมือขึ้นขยี้เส้นผมน้ำตาลนั้นจงยุ่งเยิง เปลี่ยนมาดเป็นคนดีเหมือนเดิม
“~เด็กดี”
“อย่าทำแบบนี้อีกละหื้มม”
“ไม่งั้นฉันจะจับนายไปพบพระเจ้าจริงๆละ”
ยอมรับของที่จ่ายเงินมาในมือ หยิบเอากล่องนมมาเจาะหลอดกินต่อหน้าตรงนั้น
และตัวยังไม่ขยับไปไหน
เมื่อจะยังอยากคุยกวนคุณอยู่พอตัว
“..ที่ว่าจะโสดนะ”
“คุณมีสเปคไหมละครับ”
ยอมรับของที่จ่ายเงินมาในมือ หยิบเอากล่องนมมาเจาะหลอดกินต่อหน้าตรงนั้น
และตัวยังไม่ขยับไปไหน
เมื่อจะยังอยากคุยกวนคุณอยู่พอตัว
“..ที่ว่าจะโสดนะ”
“คุณมีสเปคไหมละครับ”
”ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก“
ว่าจบก็ด้วยคำกระทั้นเช่นกัน แต่กระนั้นก็ยอมลดตัวลงมานั่งบนเตียงพร้อมถอนหายใจออกมาเสียงดัง
”จะทำอะไรก็ทำ“
”ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก“
ว่าจบก็ด้วยคำกระทั้นเช่นกัน แต่กระนั้นก็ยอมลดตัวลงมานั่งบนเตียงพร้อมถอนหายใจออกมาเสียงดัง
”จะทำอะไรก็ทำ“
พร้อมกับข้าวของดาบและกระเป๋าชุดสูทไว้ข้างๆ
“พวกเบตาดีน สำลีอยู่ในชั้นวาง”
“จัดการเองละกัน”
เมื่อพูดจบก็ทำท่าจะเดินจาก จริงเลือดขมับของเขาแค่นี่ไม่อาจสะทกสะท้านใดๆได้
พร้อมกับข้าวของดาบและกระเป๋าชุดสูทไว้ข้างๆ
“พวกเบตาดีน สำลีอยู่ในชั้นวาง”
“จัดการเองละกัน”
เมื่อพูดจบก็ทำท่าจะเดินจาก จริงเลือดขมับของเขาแค่นี่ไม่อาจสะทกสะท้านใดๆได้
ยังคงดื้อรั้น
เมื่อนั้นเขาจึงเปิดไพ่เด็ด
“คุณคงไม่สนใจเรื่องความรักหรอกหรอ”
“ให้ผมช่วยคุณไหม~ อย่างเครื่องรางนำโชคหรือสิ่งของที่จะช่วยให้คุณมีเสน่ห์มากขึ้นน่ะ”
เขาหยิบเอาถุงเครื่องรางสีชมพูพร้อมเขียนป้ายด้วยตัวอักษรว่าความรัก
”ราคาไม่แพงหากคุณสนใจ“
ยังคงดื้อรั้น
เมื่อนั้นเขาจึงเปิดไพ่เด็ด
“คุณคงไม่สนใจเรื่องความรักหรอกหรอ”
“ให้ผมช่วยคุณไหม~ อย่างเครื่องรางนำโชคหรือสิ่งของที่จะช่วยให้คุณมีเสน่ห์มากขึ้นน่ะ”
เขาหยิบเอาถุงเครื่องรางสีชมพูพร้อมเขียนป้ายด้วยตัวอักษรว่าความรัก
”ราคาไม่แพงหากคุณสนใจ“
”ส่วนอันนี้ของค้อน นายจะประดับยังไงขึ้นอยู่กับนาย“
”มันไม่ใช่ตัวส่งพลังมาบุ มันแค่ช่วยให้นายสบายใจขึ้น“
หยิบเอาชามาดื่มอีกเช่นเคยเมื่อเสร็จทุกอย่าง
”แล้วจะกลับเลยไหม หรือจะอยู่นั่งเล่นที่นี้ก่อนละ“
”ที่นี้ไม่ผีตามนายหรอก“
”ส่วนอันนี้ของค้อน นายจะประดับยังไงขึ้นอยู่กับนาย“
”มันไม่ใช่ตัวส่งพลังมาบุ มันแค่ช่วยให้นายสบายใจขึ้น“
หยิบเอาชามาดื่มอีกเช่นเคยเมื่อเสร็จทุกอย่าง
”แล้วจะกลับเลยไหม หรือจะอยู่นั่งเล่นที่นี้ก่อนละ“
”ที่นี้ไม่ผีตามนายหรอก“
“เป๊าะ”
“ฮึ~ๆเอาละ เท่านี้ก็จบ”
“ฉันจะไม่บอกว่ามันทำจากอะไรบ้าง”
“รู้แค่ว่านายจะต้องศรัทธา“
”และมันไม่ได้ช่วยนายไปนายตลอด นายต้องพึ่งตัวเองอีกด้วยเช่นกัน“
”คำพูดนี่ฉันจริงจังเท่าที่มีมา เพราะหากเป็นคนอื่นฉันคงหลอกขายไปแล้ว“
“เป๊าะ”
“ฮึ~ๆเอาละ เท่านี้ก็จบ”
“ฉันจะไม่บอกว่ามันทำจากอะไรบ้าง”
“รู้แค่ว่านายจะต้องศรัทธา“
”และมันไม่ได้ช่วยนายไปนายตลอด นายต้องพึ่งตัวเองอีกด้วยเช่นกัน“
”คำพูดนี่ฉันจริงจังเท่าที่มีมา เพราะหากเป็นคนอื่นฉันคงหลอกขายไปแล้ว“
“..ฉันเองก็มีลวดลายของการเป็นผู้ต้องพยายามมากเช่นกัน“
”ไม่ใช่ว่าการยืนจุดนี้คือสิ่งที่ฟ้าประทานพรทั้งนั่น“
”มันคือคำสาปที่ฉันต้องรับเคราะห์กรรม”
จบคำเอ่ยก็ยกยิ้มดั่งไร้ซึ่งมีสิ่งใดทุกข์ใจสวนทางกับคำจาเสียจริง
“..ฉันเองก็มีลวดลายของการเป็นผู้ต้องพยายามมากเช่นกัน“
”ไม่ใช่ว่าการยืนจุดนี้คือสิ่งที่ฟ้าประทานพรทั้งนั่น“
”มันคือคำสาปที่ฉันต้องรับเคราะห์กรรม”
จบคำเอ่ยก็ยกยิ้มดั่งไร้ซึ่งมีสิ่งใดทุกข์ใจสวนทางกับคำจาเสียจริง
”ทุกอย่างที่นายเป็นล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก มันก็คือชะตาที่กำหนดมาตั้งแต่เกิด”
“รับเคราะห์มาเสียมากเลยนิ”
“คงคิดว่าตัวเองดวงซวยมาตลอด“
”แต่นายตอนนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ต้องยอมรับตัวเองให้เป็น“
”รู้จักตัวเองให้ได้“
”อย่าหนี“
”ทุกอย่างที่นายเป็นล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก มันก็คือชะตาที่กำหนดมาตั้งแต่เกิด”
“รับเคราะห์มาเสียมากเลยนิ”
“คงคิดว่าตัวเองดวงซวยมาตลอด“
”แต่นายตอนนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ต้องยอมรับตัวเองให้เป็น“
”รู้จักตัวเองให้ได้“
”อย่าหนี“
เรียวคิ้วเลิกขึ้นพลันถอนหายใจออกมาเสียเสียงดัง พลันจับมืออีกคนที่วางลงมาเอาไว้แน่น
“การมีสติอย่างน้อยๆนายก็จะได้รู้ตัวเองว่ากำลังสู้กับอะไร“
”เพราะสิ่งที่ไม่รู้ย่อมน่ากลัวที่สุด“
พูดจบก็หยิบผ้าผืนเล็ก มาเช็ดเหงื่อที่มือของอีกฝ่ายแล้วให้แห้งสนิทแล้วใช้เรียวนิ้วกวาดดูเส้นลวดลายสังเกตพินิจอยู่ครู่นึง
เรียวคิ้วเลิกขึ้นพลันถอนหายใจออกมาเสียเสียงดัง พลันจับมืออีกคนที่วางลงมาเอาไว้แน่น
“การมีสติอย่างน้อยๆนายก็จะได้รู้ตัวเองว่ากำลังสู้กับอะไร“
”เพราะสิ่งที่ไม่รู้ย่อมน่ากลัวที่สุด“
พูดจบก็หยิบผ้าผืนเล็ก มาเช็ดเหงื่อที่มือของอีกฝ่ายแล้วให้แห้งสนิทแล้วใช้เรียวนิ้วกวาดดูเส้นลวดลายสังเกตพินิจอยู่ครู่นึง
“เรียวเฮย์ ฉันสงเคราะห์ให้ได้”
“การพบพระเจ้าก่อนวัยอันควรนะ”
“จะเอาแบบไหนดีละ”
“สงบสุข หรือทรมานก่อนจากไปดี”
“แล้วเมื่อกี้นายพูดว่าลบไม่ออก?..”
“มั่นใจได้ไงว่าแอลกอฮอล์จะเช็ดได้”
“เรียวเฮย์ ฉันสงเคราะห์ให้ได้”
“การพบพระเจ้าก่อนวัยอันควรนะ”
“จะเอาแบบไหนดีละ”
“สงบสุข หรือทรมานก่อนจากไปดี”
“แล้วเมื่อกี้นายพูดว่าลบไม่ออก?..”
“มั่นใจได้ไงว่าแอลกอฮอล์จะเช็ดได้”