รอยยิ้มเหยียดไปจนถึงตาปรากฏขึ้นอีกหน มือยื่นออกไปรับทั้งนิกิริและไดฟูกุมาถือไว้ พลิกเล่นไปมาในมือ
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมหรอก ว่าเพื่อนคนนี้ชอบกินอะไรมาตั้งแต่ยังเด็ก
“ พรุ่งนี้เจอกันที่เดิมล่ะ ”
ไม่พูดเปล่า ยังหันหลังกลับและเริ่มออกเดิน โบกมือให้คนข้างหลังทั้งที่ไม่ได้หันกลับมามอง
รอยยิ้มเหยียดไปจนถึงตาปรากฏขึ้นอีกหน มือยื่นออกไปรับทั้งนิกิริและไดฟูกุมาถือไว้ พลิกเล่นไปมาในมือ
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมหรอก ว่าเพื่อนคนนี้ชอบกินอะไรมาตั้งแต่ยังเด็ก
“ พรุ่งนี้เจอกันที่เดิมล่ะ ”
ไม่พูดเปล่า ยังหันหลังกลับและเริ่มออกเดิน โบกมือให้คนข้างหลังทั้งที่ไม่ได้หันกลับมามอง
“ ส่วนนิกิริ … ทูน่าแล้วกัน ”
เขาว่า ปรายตามองข้าวของในมือไคโตะปราดหนึ่งสลับกับพลาสเตอร์และผ้าพันแผลตามร่างก่อนจะกล่าวต่อ
“ พรุ่งนี้ไปกินอุด้งกัน ”
จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องเสียแบบนั้น
” ฉันเลี้ยงเอง ปลอบใจคนเจ็บ “
“ ส่วนนิกิริ … ทูน่าแล้วกัน ”
เขาว่า ปรายตามองข้าวของในมือไคโตะปราดหนึ่งสลับกับพลาสเตอร์และผ้าพันแผลตามร่างก่อนจะกล่าวต่อ
“ พรุ่งนี้ไปกินอุด้งกัน ”
จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องเสียแบบนั้น
” ฉันเลี้ยงเอง ปลอบใจคนเจ็บ “
“ หวา น่าเสียดาย ”
ว่าพลางยักไหล่ให้ทีหนึ่ง
“ ช่วยไม่ได้ งั้นก็กินไส้ที่มีนี่ล่ะ ”
“ เอามาเลย อะไรก็ได้ ”
“ หวา น่าเสียดาย ”
ว่าพลางยักไหล่ให้ทีหนึ่ง
“ ช่วยไม่ได้ งั้นก็กินไส้ที่มีนี่ล่ะ ”
“ เอามาเลย อะไรก็ได้ ”
ยูตะรวบแขนขึ้นกอดอกขณะที่ก้าวขาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพินิจ
รอยยิ้มตาหยีปรากฏขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่มเหมือนทุกครั้ง
“ สภาพไม่จืดเลยนะ ทัตสึมากิ ”
หัวเราะแผ่วเบา ชี้นิ้วลงบนกล่องข้าวปั้น
“ มีไส้บ๊วยมั้ย ? ”
ยูตะรวบแขนขึ้นกอดอกขณะที่ก้าวขาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพินิจ
รอยยิ้มตาหยีปรากฏขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่มเหมือนทุกครั้ง
“ สภาพไม่จืดเลยนะ ทัตสึมากิ ”
หัวเราะแผ่วเบา ชี้นิ้วลงบนกล่องข้าวปั้น
“ มีไส้บ๊วยมั้ย ? ”