เสียงเขย่าเชคเกอร์ดังคลอกับเสียงของดนตรีในร้าน เซเฟริโน่เขย่าอยู่พักหนึ่งก็ค่อยๆ เทของเหลวสีสวยลงในแก้ว
ขยับมือดันเสิร์ฟให้กับลูกค้า... หรือเขาควรเรียกว่าตัวป่วนในกะของเขาดี? หรือจะเรียกว่าคนรักที่มาในคราบคนป่วนประจำร้าน?
จะอะไรก็ช่าง แต่ไอ้ใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นมันอะไรกัน?
"...ไม่ทราบว่าอยากรับอะไรเพิ่มมั้ยครับคุณลูกค้า?"
เสียงเขย่าเชคเกอร์ดังคลอกับเสียงของดนตรีในร้าน เซเฟริโน่เขย่าอยู่พักหนึ่งก็ค่อยๆ เทของเหลวสีสวยลงในแก้ว
ขยับมือดันเสิร์ฟให้กับลูกค้า... หรือเขาควรเรียกว่าตัวป่วนในกะของเขาดี? หรือจะเรียกว่าคนรักที่มาในคราบคนป่วนประจำร้าน?
จะอะไรก็ช่าง แต่ไอ้ใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นมันอะไรกัน?
"...ไม่ทราบว่าอยากรับอะไรเพิ่มมั้ยครับคุณลูกค้า?"
ร่างที่กำลังหลับสนิทค่อยๆ ปรือตาขึ้นมา มือคว้าโทรศัพท์มองเวลาเล็กน้อย ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ แล้ววางโทรศัพท์กลับที่เดิมของมัน
ก่อนจะก้มมองแขนของคนที่นอนข้างกัน มือข้างหนึ่งขยับจับมันขึ้นมาแล้ววางพาดลงบนเอวของตน
จากนั้นก็ขยับซุกอีกคนราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่อยากได้รับความอบอุ่น ใบหูกระดิกไปมาเล็กน้อย
ไม่นานก็ผล็อยหลับไปอีกรอบ
💤💤💤
ร่างที่กำลังหลับสนิทค่อยๆ ปรือตาขึ้นมา มือคว้าโทรศัพท์มองเวลาเล็กน้อย ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ แล้ววางโทรศัพท์กลับที่เดิมของมัน
ก่อนจะก้มมองแขนของคนที่นอนข้างกัน มือข้างหนึ่งขยับจับมันขึ้นมาแล้ววางพาดลงบนเอวของตน
จากนั้นก็ขยับซุกอีกคนราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่อยากได้รับความอบอุ่น ใบหูกระดิกไปมาเล็กน้อย
ไม่นานก็ผล็อยหลับไปอีกรอบ
💤💤💤
ขยับมือพลิกหน้าหนังสืออ่านอย่างสบายใจบนเตียงใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีคนทิ้งตัวลงมานอนข้างกัน ใบหูทั้งสองตั้งขึ้น แม้แต่พวงหางก็ด้วยเช่นกัน
แต่พอหันไปเจอใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา
เลยหยิบหนังสือขึ้นมาโปะหน้าอีกคนเสียเลย
ยิ้มพึงพอใจ ทิ้งตัวลงนอนเนียนเบียดชิดอีกฝ่าย ให้อีกคนทำหน้าที่เป็นหมอนหนุน แล้วเขาก็นอนพิงอ่านหนังสือต่อ
สบายใจละ
ขยับมือพลิกหน้าหนังสืออ่านอย่างสบายใจบนเตียงใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีคนทิ้งตัวลงมานอนข้างกัน ใบหูทั้งสองตั้งขึ้น แม้แต่พวงหางก็ด้วยเช่นกัน
แต่พอหันไปเจอใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา
เลยหยิบหนังสือขึ้นมาโปะหน้าอีกคนเสียเลย
ยิ้มพึงพอใจ ทิ้งตัวลงนอนเนียนเบียดชิดอีกฝ่าย ให้อีกคนทำหน้าที่เป็นหมอนหนุน แล้วเขาก็นอนพิงอ่านหนังสือต่อ
สบายใจละ
"..." หรี่ตามองตู้เสื้อผ้าที่มีสายรัดแปลกๆ โผล่ขึ้นมาเพิ่มในตู้ เซเฟริโน่เบนสายตาไปหาคนที่กำลังนอนมองเขาบนเตียง แถมสีหน้าดูระริกระรี้และคาดหวังสุดๆ
"..." เซเฟริโน่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะหยิบสายรัดนั้นออกมาตู้ พิจารณามันเล็กน้อย
แล้วโยนใส่หน้าอีกคน
"ไม่ใส่ให้ดูฟรีๆ หรอกนะอันนี้น่ะ" เขาว่า ชี้ไปที่สายรัดนั่นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"..." หรี่ตามองตู้เสื้อผ้าที่มีสายรัดแปลกๆ โผล่ขึ้นมาเพิ่มในตู้ เซเฟริโน่เบนสายตาไปหาคนที่กำลังนอนมองเขาบนเตียง แถมสีหน้าดูระริกระรี้และคาดหวังสุดๆ
"..." เซเฟริโน่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะหยิบสายรัดนั้นออกมาตู้ พิจารณามันเล็กน้อย
แล้วโยนใส่หน้าอีกคน
"ไม่ใส่ให้ดูฟรีๆ หรอกนะอันนี้น่ะ" เขาว่า ชี้ไปที่สายรัดนั่นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
เซเฟริโน่ยืนประจำที่เคาน์เตอร์บาร์แห่งหนึ่งในเมือง มือขยับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่เดินมาสั่ง
ลูกค้าประจำบางคนก็กล่าวทักทายเขาอย่างเรียบง่ายแล้วสั่งเครื่องดื่ม บางคนก็กำหนดโจทย์มาให้ แล้วให้เขาชงเอาตามความรู้สึก
บางคนที่ถูกใจลีลาการชงเครื่องดื่มก็จ่ายทิปราคาสูงให้ บางคนตอนยื่นทิปมาให้ก็สั่งให้เขาทำนั่นทำนี่ให้ตามระดับความเมาและความใจกล้า
เซเฟริโน่ยืนประจำที่เคาน์เตอร์บาร์แห่งหนึ่งในเมือง มือขยับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่เดินมาสั่ง
ลูกค้าประจำบางคนก็กล่าวทักทายเขาอย่างเรียบง่ายแล้วสั่งเครื่องดื่ม บางคนก็กำหนดโจทย์มาให้ แล้วให้เขาชงเอาตามความรู้สึก
บางคนที่ถูกใจลีลาการชงเครื่องดื่มก็จ่ายทิปราคาสูงให้ บางคนตอนยื่นทิปมาให้ก็สั่งให้เขาทำนั่นทำนี่ให้ตามระดับความเมาและความใจกล้า
หลังจากช่วยดูแลและช่วยจัดของให้กับเหล่านักแสดงของค่ายตลอดทั้งบ่าย เซเฟริโน่ก็ได้มีโอกาสพักผ่อนก่อนจะเริ่มกะตอนกลางคืนของเขา
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ตาปรือเล็กน้อยด้วยความง่วงงุนเนื่องจากใช้แรงมาตลอดตั้งแต่เช้า
สุดท้ายก็หลับตาแล้วงีบหลับไป อืม... ยังไงก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว... ไม่มีปัญหาหรอก...
💤💤💤
หลังจากช่วยดูแลและช่วยจัดของให้กับเหล่านักแสดงของค่ายตลอดทั้งบ่าย เซเฟริโน่ก็ได้มีโอกาสพักผ่อนก่อนจะเริ่มกะตอนกลางคืนของเขา
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ตาปรือเล็กน้อยด้วยความง่วงงุนเนื่องจากใช้แรงมาตลอดตั้งแต่เช้า
สุดท้ายก็หลับตาแล้วงีบหลับไป อืม... ยังไงก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว... ไม่มีปัญหาหรอก...
💤💤💤