โซชิดะลดเสียงลง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ไร้แววของคุณ รอยยิ้มบนหน้ายังคงอยู่ แต่แววตาดูจริงจังขึ้นชั่วขณะ
"มันจะดาร์กพอที่จะทำให้ละครเรื่องนี้... จบแบบตำนานได้หรือเปล่า?"
โซชิดะลดเสียงลง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ไร้แววของคุณ รอยยิ้มบนหน้ายังคงอยู่ แต่แววตาดูจริงจังขึ้นชั่วขณะ
"มันจะดาร์กพอที่จะทำให้ละครเรื่องนี้... จบแบบตำนานได้หรือเปล่า?"
เขายักไหล่ ผายมือออกราวกับเชิญชวนให้เริ่มการแสดง
"ผมอยากรู้จริงๆ ว่าก่อนจะมาเป็นครูสอนภาษาผู้แสนจืดชืดในโรงเรียนมัธยม... คุณไปผ่าน 'นรก' ขุมไหนมาก่อน?"
เขายักไหล่ ผายมือออกราวกับเชิญชวนให้เริ่มการแสดง
"ผมอยากรู้จริงๆ ว่าก่อนจะมาเป็นครูสอนภาษาผู้แสนจืดชืดในโรงเรียนมัธยม... คุณไปผ่าน 'นรก' ขุมไหนมาก่อน?"
เขาขยับเข้าไปใกล้ เอนตัวพิงกระจกอย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่รู้ว่าทางเลือกที่คุณเพิ่งตัดสินใจไปนั้น คือเส้นทางที่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมหาศาล... เส้นทางที่จะต้องไปงัดข้อกับ [เจ้าสิ่งนั้น] แทนที่จะหนีขึ้นรถไฟไปเงียบๆ
เขาขยับเข้าไปใกล้ เอนตัวพิงกระจกอย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่รู้ว่าทางเลือกที่คุณเพิ่งตัดสินใจไปนั้น คือเส้นทางที่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมหาศาล... เส้นทางที่จะต้องไปงัดข้อกับ [เจ้าสิ่งนั้น] แทนที่จะหนีขึ้นรถไฟไปเงียบๆ
เขาผิวปากหวือ ยกพัดขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่คำว่า 'ชีวิตจะถือกำเนิดใหม่' บนกระจก
"ความหมายลึกซึ้งระดับรางวัลออสการ์เลยนะครับเนี่ย... ความตายที่เป็นรากฐานให้อนาคตงั้นเหรอ?"
โซชิดะหันขวับกลับมาหาคุณ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
ตัดกับบรรยากาศเย็นยะเยือกของห้างร้าง
เขาผิวปากหวือ ยกพัดขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่คำว่า 'ชีวิตจะถือกำเนิดใหม่' บนกระจก
"ความหมายลึกซึ้งระดับรางวัลออสการ์เลยนะครับเนี่ย... ความตายที่เป็นรากฐานให้อนาคตงั้นเหรอ?"
โซชิดะหันขวับกลับมาหาคุณ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
ตัดกับบรรยากาศเย็นยะเยือกของห้างร้าง
"เพราะถ้าคุณเลือกอย่างหลัง... ผมมีพล็อตสนุกๆ เสนอนะ"
"ระหว่าง [หนีตายขึ้นรถไฟไปเสี่ยงดวง] กับ [รอถล่มมันให้เละแล้วตายไปพร้อมกัน] "
"คุณคิดว่าฉากจบแบบไหน... จะเรียกเรตติ้งได้ดีกว่ากันครับ เซนเซย์?"
"เพราะถ้าคุณเลือกอย่างหลัง... ผมมีพล็อตสนุกๆ เสนอนะ"
"ระหว่าง [หนีตายขึ้นรถไฟไปเสี่ยงดวง] กับ [รอถล่มมันให้เละแล้วตายไปพร้อมกัน] "
"คุณคิดว่าฉากจบแบบไหน... จะเรียกเรตติ้งได้ดีกว่ากันครับ เซนเซย์?"
"คุณยังจะเล่นตามบทเป็น 'ครูผู้แสนดี' ที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา..."
"...หรือจะลองเป็น 'ผู้กำกับบ้าอำนาจ' ที่สั่งรื้อเวทีทิ้ง แล้วเขียนตอนจบใหม่ด้วยมือตัวเองเหรอครับ?"
"คุณยังจะเล่นตามบทเป็น 'ครูผู้แสนดี' ที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา..."
"...หรือจะลองเป็น 'ผู้กำกับบ้าอำนาจ' ที่สั่งรื้อเวทีทิ้ง แล้วเขียนตอนจบใหม่ด้วยมือตัวเองเหรอครับ?"
โซชิดะขยับตัวผละออกจากกระจก เดินวนรอบตัวคุณหนึ่งรอบเหมือนกำลังพิจารณาสินค้า หรืออาจจะกำลังประเมิน [ตัวเอก] ของเรื่องที่เพิ่งตื่นรู้จากความฝัน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณ พับพัดเก็บแล้วชี้ปลายพัดไปที่คุณ
โซชิดะขยับตัวผละออกจากกระจก เดินวนรอบตัวคุณหนึ่งรอบเหมือนกำลังพิจารณาสินค้า หรืออาจจะกำลังประเมิน [ตัวเอก] ของเรื่องที่เพิ่งตื่นรู้จากความฝัน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณ พับพัดเก็บแล้วชี้ปลายพัดไปที่คุณ
"ว้าว..."
เขาลากเสียงยาว พลางยกพัดในมือขึ้นมาปิดปากครึ่งหนึ่ง หัวเราะในลำคอ
"ว้าว..."
เขาลากเสียงยาว พลางยกพัดในมือขึ้นมาปิดปากครึ่งหนึ่ง หัวเราะในลำคอ
"ฉากจบที่ฉันจะสร้าง... มันก็ไม่มีความหมายน่ะสิ"
โซชิดะผละตัวออกห่าง หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าต่างกระจกบานใหญ่และโลกที่กำลังถูกกลืนกินอีกครั้ง แผ่นหลังของเขาดูเงียบงันลงกว่าทุกที ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยออกมาแผ่วเบา
"...ห้ามตาย แล้วกันนะ"
"เพราะฉันคง... แสดงต่อไม่ได้แน่ ๆ ถ้าที่นั่ง VIP ตรงนั้น... มันว่างเปล่าน่ะ"
"ฉากจบที่ฉันจะสร้าง... มันก็ไม่มีความหมายน่ะสิ"
โซชิดะผละตัวออกห่าง หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าต่างกระจกบานใหญ่และโลกที่กำลังถูกกลืนกินอีกครั้ง แผ่นหลังของเขาดูเงียบงันลงกว่าทุกที ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยออกมาแผ่วเบา
"...ห้ามตาย แล้วกันนะ"
"เพราะฉันคง... แสดงต่อไม่ได้แน่ ๆ ถ้าที่นั่ง VIP ตรงนั้น... มันว่างเปล่าน่ะ"
"เข้าใจใช่มั้ย?"
เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอ เปลี่ยนมาเป็นวางมือปูลงบนศีรษะของเด็กสาวแล้วออกแรงขยี้เบาๆ จนผมสีชมพูยุ่งเหยิง
"เข้าใจใช่มั้ย?"
เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอ เปลี่ยนมาเป็นวางมือปูลงบนศีรษะของเด็กสาวแล้วออกแรงขยี้เบาๆ จนผมสีชมพูยุ่งเหยิง
เขายกนิ้วชี้ข้างที่ว่างขึ้นมาจ่อที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของตัวเอง แล้วชี้ไปที่ดวงตาของเธอ
"กฎเหล็กของแฟนคลับโซชิดะมีแค่ข้อเดียว..."
"ห้าม-ละ-สาย-ตา"
"ไม่ว่าฉากต่อไปมันจะระเบิดตูมตาม เลือดสาด หรือบ้าบอคอแตกแค่ไหน..."
"เธอก็ต้อง 'ดู' ให้จบ"
เขายกนิ้วชี้ข้างที่ว่างขึ้นมาจ่อที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของตัวเอง แล้วชี้ไปที่ดวงตาของเธอ
"กฎเหล็กของแฟนคลับโซชิดะมีแค่ข้อเดียว..."
"ห้าม-ละ-สาย-ตา"
"ไม่ว่าฉากต่อไปมันจะระเบิดตูมตาม เลือดสาด หรือบ้าบอคอแตกแค่ไหน..."
"เธอก็ต้อง 'ดู' ให้จบ"
โซชิดะกระชับมือที่จับข้อมือเธออยู่ ดึงร่างเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น
แววตาขี้เล่นค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความมุ่งมั่นที่แรงกล้าและจริงจัง
โซชิดะกระชับมือที่จับข้อมือเธออยู่ ดึงร่างเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น
แววตาขี้เล่นค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความมุ่งมั่นที่แรงกล้าและจริงจัง
ใบหน้าของพิธีกรหนุ่มขึ้นสีระเรื่อจางๆ อย่างควบคุมไม่ได้—ไม่ใช่จากการแสดง แต่จากความขัดเขินที่ถูกโจมตีเข้าที่จุดอ่อนอย่างจัง ก่อนที่เขาจะรีบกลบเกลื่อนมันด้วยเสียงหัวเราะที่ดังลั่นและท่าทางที่มั่นอกมั่นใจเกินเบอร์
"โอ้โห! นี่มัน... สกู๊ปข่าวหน้าหนึ่งชัดๆ!"
เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ดวงตาหยีโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
ใบหน้าของพิธีกรหนุ่มขึ้นสีระเรื่อจางๆ อย่างควบคุมไม่ได้—ไม่ใช่จากการแสดง แต่จากความขัดเขินที่ถูกโจมตีเข้าที่จุดอ่อนอย่างจัง ก่อนที่เขาจะรีบกลบเกลื่อนมันด้วยเสียงหัวเราะที่ดังลั่นและท่าทางที่มั่นอกมั่นใจเกินเบอร์
"โอ้โห! นี่มัน... สกู๊ปข่าวหน้าหนึ่งชัดๆ!"
เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ดวงตาหยีโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
เขายักคิ้วให้คุณข้างหนึ่ง ทั้งที่ดวงตายังคงยิ้มปิดสนิท เพื่อซ่อนแววตาที่กำลังประเมินท่าทีของคุณอยู่อย่างเงียบเชียบ
เขายักคิ้วให้คุณข้างหนึ่ง ทั้งที่ดวงตายังคงยิ้มปิดสนิท เพื่อซ่อนแววตาที่กำลังประเมินท่าทีของคุณอยู่อย่างเงียบเชียบ
“ ไม่เลย... ไม่มีใครสนใจหรอก เพราะงั้นนะ การที่ฉันหัวเราะเนี่ย มันไม่ใช่ความสุข... แต่มันคือการประท้วงต่างหากเล่า! ”
เขาตบพัดลงบนฝ่ามือตัวเองเหมือนจังหวะจบมุกตลกคาเฟ่
“ ไม่เลย... ไม่มีใครสนใจหรอก เพราะงั้นนะ การที่ฉันหัวเราะเนี่ย มันไม่ใช่ความสุข... แต่มันคือการประท้วงต่างหากเล่า! ”
เขาตบพัดลงบนฝ่ามือตัวเองเหมือนจังหวะจบมุกตลกคาเฟ่
“ ลองคิดดูสิ... ถ้านายร้องไห้ น้ำแข็งพวกนี้มันจะละลายไหม? หรือถ้าเรานั่งกอดเข่าสิ้นหวัง ไอ้รัฐบาxเฮงซวยนั่นมันจะโผล่มาแจกผ้าห่มรึเปล่า? ”
“ ลองคิดดูสิ... ถ้านายร้องไห้ น้ำแข็งพวกนี้มันจะละลายไหม? หรือถ้าเรานั่งกอดเข่าสิ้นหวัง ไอ้รัฐบาxเฮงซวยนั่นมันจะโผล่มาแจกผ้าห่มรึเปล่า? ”
โซชิดะทวนคำถามนั้นด้วยระดับเสียงที่สูงขึ้นจมูกเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาหยีลงปิดสนิทกลายเป็นรูปสระอิ เขาขยับข้อมือสะบัดพัดกระดาษในมือให้กางออก
“ บู-บู—! ผิดถนัดเลยพวก! ผิดคีย์ ผิดบท ผิดบริบทไปหมด! ”
เขาหัวเราะร่าพลางยกพัดขึ้นมาชี้หน้าคุณ แล้วส่ายไปมาเหมือนวาทยากรที่กำลังควบคุมวงดนตรีที่ล่มไม่เป็นท่า
โซชิดะทวนคำถามนั้นด้วยระดับเสียงที่สูงขึ้นจมูกเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาหยีลงปิดสนิทกลายเป็นรูปสระอิ เขาขยับข้อมือสะบัดพัดกระดาษในมือให้กางออก
“ บู-บู—! ผิดถนัดเลยพวก! ผิดคีย์ ผิดบท ผิดบริบทไปหมด! ”
เขาหัวเราะร่าพลางยกพัดขึ้นมาชี้หน้าคุณ แล้วส่ายไปมาเหมือนวาทยากรที่กำลังควบคุมวงดนตรีที่ล่มไม่เป็นท่า
เขากระชับอ้อมกอดที่ขาแน่นขึ้นอีก จนคุรุมุแทบจะก้าวขาไม่ออก
"พาฉันไปด้วย! อย่าปล่อยให้ฉันเป็นเป้านิ่งตรงนี้! รับผิดชอบสิ่งที่นายทำ (แก้มัด) เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เขากระชับอ้อมกอดที่ขาแน่นขึ้นอีก จนคุรุมุแทบจะก้าวขาไม่ออก
"พาฉันไปด้วย! อย่าปล่อยให้ฉันเป็นเป้านิ่งตรงนี้! รับผิดชอบสิ่งที่นายทำ (แก้มัด) เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เขาตะโกนเสียงดังฟังชัดแบบจงใจให้คนรอบข้างได้ยินพลางชี้ไปที่คนมุง
เขาตะโกนเสียงดังฟังชัดแบบจงใจให้คนรอบข้างได้ยินพลางชี้ไปที่คนมุง
เขารวบกอดขาข้างหนึ่งของคุรุมุเอาไว้แน่นหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้าง สองแขนรัดรอบน่องของอีกฝ่ายไว้แน่น หน้าแนบไปกับขากางเกง แล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่บีบน้ำตาคลอเบ้า (การแสดงระดับออสการ์)
เขารวบกอดขาข้างหนึ่งของคุรุมุเอาไว้แน่นหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้าง สองแขนรัดรอบน่องของอีกฝ่ายไว้แน่น หน้าแนบไปกับขากางเกง แล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่บีบน้ำตาคลอเบ้า (การแสดงระดับออสการ์)
โซชิดะร้องลั่นเมื่อก้นกระแทกพื้นเต็มรัก เขานอนกลิ้งไปมาสองตลบเหมือนลูกบอล ก่อนจะชะงักกึกเมื่อได้ยินประโยคตัดรอนความสัมพันธ์อันแสนโหดร้ายจากปากคุรุมุ
"จะทิ้งกันเรอะ!? นี่นายจะทิ้งผู้ประสบภัยตาดำๆ ไว้กลางดงสายตาประชาชีเนี่ยนะ!"
โซชิดะร้องลั่นเมื่อก้นกระแทกพื้นเต็มรัก เขานอนกลิ้งไปมาสองตลบเหมือนลูกบอล ก่อนจะชะงักกึกเมื่อได้ยินประโยคตัดรอนความสัมพันธ์อันแสนโหดร้ายจากปากคุรุมุ
"จะทิ้งกันเรอะ!? นี่นายจะทิ้งผู้ประสบภัยตาดำๆ ไว้กลางดงสายตาประชาชีเนี่ยนะ!"