:Amil Mirror
:18 Y
:หอ Savannaclaw ปี 3
: 170 / 56
:half-Fennec fox
: ดอค ⇨ https://bit.ly/409jwjt
เอมิลมองจ้องอยู่แบบนั้นสักพักหนึ่งก็เขย่งเท้าเอื้อมมือหมายจะไปช่วยให้อีกคนลงมาจากต้นไม้
แต่ไม่ได้ผล.. เขาตัวเล็กเกินไป...
"ลงมาเถอะ มันอันตรายนะ"
สุดท้ายยอมแพ้กลับมายืนเหมือนเดิมแล้วแหงนหน้าคุย
"เดี๋ยวตก"
เอมิลมองจ้องอยู่แบบนั้นสักพักหนึ่งก็เขย่งเท้าเอื้อมมือหมายจะไปช่วยให้อีกคนลงมาจากต้นไม้
แต่ไม่ได้ผล.. เขาตัวเล็กเกินไป...
"ลงมาเถอะ มันอันตรายนะ"
สุดท้ายยอมแพ้กลับมายืนเหมือนเดิมแล้วแหงนหน้าคุย
"เดี๋ยวตก"
ลืมนึกถึงไปเลย ในคราแรกนึกว่าเป็นร้านลับในเมืองซะอีก
เอมิลพยักหน้าหงึกหงักเบาๆ
"ถ้ามีเวลา จะไป"
แปลความหมายได้ว่า ถ้ามีแรงมากพอลากสังขาลตัวเองไปได้ เขาก็จะไป
บางทีดื่มชากาแฟ หรือของอร่อยๆอาจจะอาการดีขึ้นก็ได้
นั่งมองนิ่งๆอยู่สักพักแล้วหยิบหนังสือที่นอนทับอยู่มาเปิดอ่านช้าๆทีละหน้า
"แล้วนายไม่หาอะไรอ่านสักหน่อยเหรอ?"
"มาที่นี่ก็เพื่ออ่านหนังสือนี่?"
ลืมนึกถึงไปเลย ในคราแรกนึกว่าเป็นร้านลับในเมืองซะอีก
เอมิลพยักหน้าหงึกหงักเบาๆ
"ถ้ามีเวลา จะไป"
แปลความหมายได้ว่า ถ้ามีแรงมากพอลากสังขาลตัวเองไปได้ เขาก็จะไป
บางทีดื่มชากาแฟ หรือของอร่อยๆอาจจะอาการดีขึ้นก็ได้
นั่งมองนิ่งๆอยู่สักพักแล้วหยิบหนังสือที่นอนทับอยู่มาเปิดอ่านช้าๆทีละหน้า
"แล้วนายไม่หาอะไรอ่านสักหน่อยเหรอ?"
"มาที่นี่ก็เพื่ออ่านหนังสือนี่?"
และเมื่อจิ้งจอกหนุ่มได้ยินคำว่าโซฟานุ่มๆและเครื่องดื่มอร่อยๆ ดวงตาสีมรกตก็ดูจะเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนที่จะกลับมาเป็นสีเขียวหม่นอีกครั้ง
เขานั่งยืดตัวตรงทำสีหน้าขรึมดูจริงจังมากขึ้น
"..ที่ไหน?"
และเมื่อจิ้งจอกหนุ่มได้ยินคำว่าโซฟานุ่มๆและเครื่องดื่มอร่อยๆ ดวงตาสีมรกตก็ดูจะเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนที่จะกลับมาเป็นสีเขียวหม่นอีกครั้ง
เขานั่งยืดตัวตรงทำสีหน้าขรึมดูจริงจังมากขึ้น
"..ที่ไหน?"
หลังจากที่นอน(?)จนเต็มอิ่มแล้วในห้องสมุด เอมิลก็ได้ทำการหอบหิ้วหนังสือของตัวเองกะเตงออกมาเดินไปหาวไป เป้าหมายก็ถือห้องนอนของตัวเอง
แต่ในขณะนั้นเองก็มีบางสิ่งโผล่พ้นออกมาจากยอดไม้พร้อมกับส่งเสียงดัง
"..."
เอมิลเงยหน้ามองคนที่โผล่มาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไร้ร่องรอยการตกใจใดๆทั้งสิ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วนั่น เอมิลกำลังตกใจจนลืมแสดงสีหน้าออกมา...
หลังจากที่นอน(?)จนเต็มอิ่มแล้วในห้องสมุด เอมิลก็ได้ทำการหอบหิ้วหนังสือของตัวเองกะเตงออกมาเดินไปหาวไป เป้าหมายก็ถือห้องนอนของตัวเอง
แต่ในขณะนั้นเองก็มีบางสิ่งโผล่พ้นออกมาจากยอดไม้พร้อมกับส่งเสียงดัง
"..."
เอมิลเงยหน้ามองคนที่โผล่มาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไร้ร่องรอยการตกใจใดๆทั้งสิ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วนั่น เอมิลกำลังตกใจจนลืมแสดงสีหน้าออกมา...
อ่า.. ไงต่อนะ?
เหลือบมองเพื่อนใหม่ตรงหน้าเพื่อนึกท่าต่อไป
อ้อ ต่อไปก็โน้มตัวลงไปข้างหน้าสิน---
พรืด~
ปึ้ก!!
"...."
ในระหว่างที่เอมิลกำลังโน้มตัวลงไปข้างหน้า ขาเจ้ากรรมก็ดันสไลด์ จนทำให้ตัวเอนไปข้างหน้ามากเกินไป จนทำให้หน้าผากของเขาแนบจูบธรณีอย่างแรงจนดังลั่นออกมา
อ่า.. ชีวิตทำไมมันถึงยากขนาดนี้กันนะ...
อ่า.. ไงต่อนะ?
เหลือบมองเพื่อนใหม่ตรงหน้าเพื่อนึกท่าต่อไป
อ้อ ต่อไปก็โน้มตัวลงไปข้างหน้าสิน---
พรืด~
ปึ้ก!!
"...."
ในระหว่างที่เอมิลกำลังโน้มตัวลงไปข้างหน้า ขาเจ้ากรรมก็ดันสไลด์ จนทำให้ตัวเอนไปข้างหน้ามากเกินไป จนทำให้หน้าผากของเขาแนบจูบธรณีอย่างแรงจนดังลั่นออกมา
อ่า.. ชีวิตทำไมมันถึงยากขนาดนี้กันนะ...
เอมิลมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
มันก็ดูง่ายดีนะ ไม่ได้ยาก แต่แค่ท่านั่งเหมือนมีตะคริวกินขาไปแล้ว
เอาวะ! ให้เมื่อบอกว่าจะทำเขาก็ต้องทำมัน
จิ้งจอกหนุ่มถอดเสื้อตัวนอกพับเอาไว้เพื่อให้สะดวกแก่การเล่นโยคะ เขาลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าทับส้นเท้าตัวเอง สองมือค่อยๆยกขึ้นหมายจะเอาประกบกันด้วยอาการสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
ตะ ติดหัว
เอมิลเม้มปากแน่นแล้วลองประกบอีกครั้ง
+
เอมิลมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
มันก็ดูง่ายดีนะ ไม่ได้ยาก แต่แค่ท่านั่งเหมือนมีตะคริวกินขาไปแล้ว
เอาวะ! ให้เมื่อบอกว่าจะทำเขาก็ต้องทำมัน
จิ้งจอกหนุ่มถอดเสื้อตัวนอกพับเอาไว้เพื่อให้สะดวกแก่การเล่นโยคะ เขาลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าทับส้นเท้าตัวเอง สองมือค่อยๆยกขึ้นหมายจะเอาประกบกันด้วยอาการสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
ตะ ติดหัว
เอมิลเม้มปากแน่นแล้วลองประกบอีกครั้ง
+
"ท่าเมื่อกี้เหรอ? มันดูทำยากมาก ฉันจะทำมันได้เหรอ.."
แม้เผ่าบีสต์ส่วนมากจะมีมวลกล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นและคล่องแคล่วว่องไวกว่าคนทั่วๆไป แต่กับเอมิลที่ขยับทีก็บ่นปวดหลังไปแล้วรอบที่ล้านมันก็..
"เอาสิ.. เริ่มแรกต้องทำยังไง?"
"ท่าเมื่อกี้เหรอ? มันดูทำยากมาก ฉันจะทำมันได้เหรอ.."
แม้เผ่าบีสต์ส่วนมากจะมีมวลกล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นและคล่องแคล่วว่องไวกว่าคนทั่วๆไป แต่กับเอมิลที่ขยับทีก็บ่นปวดหลังไปแล้วรอบที่ล้านมันก็..
"เอาสิ.. เริ่มแรกต้องทำยังไง?"
คิ้วเรียวนกขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสงสัย หนี่ตามองครุ่นคิดอยู่สักพักก็ยักไหล่เบาๆ
"ไม่ล่ะ จะให้คนหออื่นเข้าห้องของคนจากอีกหอได้ยังไง ไม่เอาหรอก"
แม้ว่าห้องพักของหอสะวันน่าในยามค่ำคืนจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าไปหออื่นแล้วเกิดมีปัญหาตามมา เขาไม่อยากเอาตัวไปเสี่ยงหรอกแม้ว่ามันจะดูน่าสนใจก็ตามที
คิ้วเรียวนกขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสงสัย หนี่ตามองครุ่นคิดอยู่สักพักก็ยักไหล่เบาๆ
"ไม่ล่ะ จะให้คนหออื่นเข้าห้องของคนจากอีกหอได้ยังไง ไม่เอาหรอก"
แม้ว่าห้องพักของหอสะวันน่าในยามค่ำคืนจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าไปหออื่นแล้วเกิดมีปัญหาตามมา เขาไม่อยากเอาตัวไปเสี่ยงหรอกแม้ว่ามันจะดูน่าสนใจก็ตามที
เอมิลเป็นบุคคลที่นอนดึกตื่นเช้าเป็นกิจวัตรประจำวัน แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเพราะอดหลับอดนอนเป็นว่าเล่น แต่ดูเหมือนร่างกายจะเริ่มคุ้นชินแล้วล่ะมั้ง...?
ในขณะที่กำลังเดินบนทางเดินระหว่างอาคาร สายตาก็สะดุดที่..อ่า.. แมว? คนหนึ่งกำลังทำม่ามางแปลกๆอยู่..
"อ่า.. กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
เดินเข้าไปนั่งยองๆถาม
เอมิลเป็นบุคคลที่นอนดึกตื่นเช้าเป็นกิจวัตรประจำวัน แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเพราะอดหลับอดนอนเป็นว่าเล่น แต่ดูเหมือนร่างกายจะเริ่มคุ้นชินแล้วล่ะมั้ง...?
ในขณะที่กำลังเดินบนทางเดินระหว่างอาคาร สายตาก็สะดุดที่..อ่า.. แมว? คนหนึ่งกำลังทำม่ามางแปลกๆอยู่..
"อ่า.. กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
เดินเข้าไปนั่งยองๆถาม
ยกมือลูบใบหูของตัวเองเบาๆ เพื่อจัดทรงขนที่ชี้ฟูให้ราบเรียบสวยงามอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดๆใบหูให้กลับมาฟูอีกครั้งแต่ไม่ยุ่งเหยิงเมือนตอนแรก
"หูฉันมันค่อนข้างเซนซิทีฟนิดหน่อย"
ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่แอบฟังชาวบ้านมันก็มีประโยชน์แหละ แต่ข้อเสียคือมันดีเกินไป แม้แต่ยามนอนหลับ เสียงคนพูดคุยก็ดังแว่วเข้าหูเสมอ
เอมิลเป็นพวกที่ตื่นง่ายด้วย แค่เสียงนิดเสียงหน่อยก็ตื่นแล้ว..
เหนื่อยใจจริง
ยกมือลูบใบหูของตัวเองเบาๆ เพื่อจัดทรงขนที่ชี้ฟูให้ราบเรียบสวยงามอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดๆใบหูให้กลับมาฟูอีกครั้งแต่ไม่ยุ่งเหยิงเมือนตอนแรก
"หูฉันมันค่อนข้างเซนซิทีฟนิดหน่อย"
ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่แอบฟังชาวบ้านมันก็มีประโยชน์แหละ แต่ข้อเสียคือมันดีเกินไป แม้แต่ยามนอนหลับ เสียงคนพูดคุยก็ดังแว่วเข้าหูเสมอ
เอมิลเป็นพวกที่ตื่นง่ายด้วย แค่เสียงนิดเสียงหน่อยก็ตื่นแล้ว..
เหนื่อยใจจริง
อ้อ.. น้องปี 2 สินะ..
ว่าแต่ทำไมถึงได้แนะนำตัวหลายรอบจัง?แค่ชื่อก็น่าจะพอแล้วนี่นา
แล้วแบบนี้เราต้องแนะนำตัวแบบเต็มยศด้วยไหมนะ?
....และอีกสารพัดเรื่องในหัวที่ต้องฉุุกคิดจนใบหูใหญ่ๆกระดิกไปมาเบาๆ
"มันก็ไม่ได้หนักอะไร ฉันแค่..พักผ่อนไม่เพียงพอเพียงเท่านั้น"
ใช้มือปัดๆหนังสือที่ใช้หนุนนอน และเมื่อเช็คแล้วว่าไม่มีส่วนไหนเปื้อนคราบน้ำลาย(?) ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
อ้อ.. น้องปี 2 สินะ..
ว่าแต่ทำไมถึงได้แนะนำตัวหลายรอบจัง?แค่ชื่อก็น่าจะพอแล้วนี่นา
แล้วแบบนี้เราต้องแนะนำตัวแบบเต็มยศด้วยไหมนะ?
....และอีกสารพัดเรื่องในหัวที่ต้องฉุุกคิดจนใบหูใหญ่ๆกระดิกไปมาเบาๆ
"มันก็ไม่ได้หนักอะไร ฉันแค่..พักผ่อนไม่เพียงพอเพียงเท่านั้น"
ใช้มือปัดๆหนังสือที่ใช้หนุนนอน และเมื่อเช็คแล้วว่าไม่มีส่วนไหนเปื้อนคราบน้ำลาย(?) ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเสวนาอะไร เขาเพิ่งตื่น.. สติยังกลับมาไม่ครบ หวังว่าจะไม่โกรธเคืองเรื่องเล็กน้อยแบบนี้กันหรอกนะ?
"เอมิล" เมื่ออีกฝ่ายแนะนำตัวมา เขาโค้งหัวเล็กน้อยพลางแนะนำตัวกลับไปแบบสั้นๆ ก่อนจะขมวดคิ้วกับบทพูดต่อมา
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใย แต่ฉันแค่พักสายตาเฉยๆ"
แค่เผลอพักนานไปหน่อย..
พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเสวนาอะไร เขาเพิ่งตื่น.. สติยังกลับมาไม่ครบ หวังว่าจะไม่โกรธเคืองเรื่องเล็กน้อยแบบนี้กันหรอกนะ?
"เอมิล" เมื่ออีกฝ่ายแนะนำตัวมา เขาโค้งหัวเล็กน้อยพลางแนะนำตัวกลับไปแบบสั้นๆ ก่อนจะขมวดคิ้วกับบทพูดต่อมา
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใย แต่ฉันแค่พักสายตาเฉยๆ"
แค่เผลอพักนานไปหน่อย..
ในครามแรกจิ้งจอกหนุ่มไม่สนใจ ใช้มือปัดรำคาญออกไปแล้วนอนขดม้วนตัวให้กลมยิ่งกว่าเดิม แต่พอโดนสะกิดอีกหลายครา ใบหน้าเรียวเล็กขมวดเครียด ค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมามองหาคนมือบอนที่มาปลุก
"...ใคร?"
ใช้มือขยี้ตาแล้วอ้าปากหาวจนน้ำตาเล็ด
"นายเป็นใคร?"
ในครามแรกจิ้งจอกหนุ่มไม่สนใจ ใช้มือปัดรำคาญออกไปแล้วนอนขดม้วนตัวให้กลมยิ่งกว่าเดิม แต่พอโดนสะกิดอีกหลายครา ใบหน้าเรียวเล็กขมวดเครียด ค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมามองหาคนมือบอนที่มาปลุก
"...ใคร?"
ใช้มือขยี้ตาแล้วอ้าปากหาวจนน้ำตาเล็ด
"นายเป็นใคร?"